E-Commerce Case Study

ก้าวเล็กๆ ของเด็กที่กล้าเลือก กับ การสร้างร้านค้าออนไลน์ ที่รวยได้ระหว่างเรียน

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ความกล้าที่จะเริ่มต้น เพราะยิ่งเริ่มต้นได้เร็วเท่าไหร่โอกาสที่ผู้คนจะจดจำและรับรู้ในตัวธุรกิจก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น และในปัจจุบันสื่ออินเตอร์เน็ตก็เข้ามามีบทบาทในธุรกิจ SME อย่างมาก เนื่องจากเป็นสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายที่สุดและรวดเร็วที่สุด 

ตลาดดอทคอมจึงอยากมีส่วนช่วยในการส่งเสริมนักธุรกิจ SME ให้ประสบความสำเร็จเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและเติบโตไปด้วยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอาศัยความกล้าที่จะเริ่มต้น เพราะถ้าเรามัวแต่คิดว่า “เดี๋ยวจะทำ”  ยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี เพราะระหว่างคำว่า “เดี๋ยวจะทำ” กับ “ลงมือทำ” นั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงดังเช่นดังเช่นสาวน้อยคนนี้ที่กล้าที่จะก้าวเข้ามาในวงการ E-commerce(การค้าออนไลน์) ทั้งๆที่ยังเป็นแค่นิสิตนักศึกษา แต่ก็สามารถสร้างรายได้ช่วยเหลือครอบครัวและประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจที่ตัวเองรัก

ชุดลิเกยังขายออนไลน์ได้ แล้วคุณละจะหาอะไรมาขายดี?

การเริ่มต้นเป็นเจ้าของกิจการหรือเจ้าของธุรกิจดูจะเป็นความฝันของหลายๆ คนที่ยังเป็นพนังานประจำ หรือยังไม่มีธุรกิจเป็นของตนเอง แต่การที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และมีความเสี่ยงมากมายมหาศาล เพราะต้องมีเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก และใช้เวลาเพื่อเปิดและจัดตั้งธุรกิจขึ้นมา ดังนั้นสำหรับคนที่เป็นพนักงานประจำ หรืออยากจะมีกิจการเป็นของตนเอง เรื่องนี้อาจจะดูเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย.!

   แต่สำหรับในปัจจุบัน คุณ.. คุณนั้นแหละมีโอกาสดีมากๆ เพราะคุณอยู่ในยุคของอินเทอร์เน็ตและการค้าขายออนไลน์ (E-Commerce) ซึ่งมันเปิดโอกาสอย่างมากที่ "คุณจะสามารถสร้างธุรกิจของคุณเองได้อย่างง่ายๆ ผ่านร้านค้าของคุณบนหน้าเว็บไซต์ และเปิดขายของไปยังคนประเทศและทั่วโลกได้อย่างง่ายๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเยอะแยะ หรือเวลาในการดูแลอะไรมากมาย" ผมมีตัวอย่าง หลายๆ ตัวอย่างที่เล่าใหัฟังและให้เห็นว่า มีหลายคน ที่ประสบความสำเร็จ และสามารถเป็นเจ้าของกิจการ การค้าขายออนไลน์ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และคุณอาจจะแทบไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านอินเทอร์เน็ต หรือเว็บไซต์เลยก็ได้

 

ชุดลิเก-ชุดการแสดงออนไลน์มาแล้วจ้า

   ย้อนกลับไปหลายปีก่อนที่เมืองโคราช ป้าซิ้ม เป็นผู้หญิงคนหนึ่งจบเพียง ป.4 กับสามี ที่มีอาชีพรับตัดชุดการแสดง ชุดนักร้อง ชุดหางเครื่องหรือแม้แต่ชุดลิเก ในเวลานั้นแกมีเพียงจักรเย็บผ้าเพียงตัวเดียว คอยเที่ยวเดินเร่ขายชุดการแสดงตามโรงเรียน ต่างๆ และ รับหางานตัดชุดการแสดงจากร้านค้าต่างๆ อีกที หากร้านเหล่าน้ันมีงานที่ล้นหรือทำไม่ทัน ณ. เวลานั้น แกเช้าบ้านเช่าอยู่ในเมืองโคราช เรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่ไม่ได้ทำเงินอะไรมากนัก และหารายได้ไม่พอใช้จ่าย จนกระทั่งเมื่อปี 2550 สามีของป้าซิ้มเริ่มได้มีโอกาสรู้จักกับเว็บไซต์ และได้นำชุดการแสดงของตัวเอง ไปโชว์อยู่ในเว็บไซต์ของตน ที่ http://nauschadaporn.tarad.com โดยเริ่มใส่เข้าชุดไปแสดงบนเว็บไซต์ 9-10 ชุด แต่ช่วงแรกก็ยังไม่ค่อยได้รับผลตอบรับดีเท่าไร แต่หลังจากนั้นไม่นาน อยู่ๆ ก็เริ่มมีคนติดต่อสั่งซื้อ ชุดการแสดงของป้ามาทางเว็บไซต์ โดยเป็นลูกค้ามาจากจังหวัดลำปาง แต่ก็ยังเป็นเพียงการสั่งทีละชุดถึง 2 ชุด ซึ่งตอนนั้น ป้าซิ้มกับสามีก็ดีใจมากๆ


เว็บไซต์ชุดขายการแสดงของป้าซิ้ม
 

สรุปภาพรวมของ E-Commerce ปี 2009

ทางเดลินิวส์มาสัมภาษณ์ผมครับ ผมเห็นว่าคำตอบน่าสนใจ เลยนำมาสรุปเก็บเอาไว้ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ครับ

  1. การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการค้าขายผ่านระบบออนไลน์ในรอบปีที่ผ่านมา มีผลสรุปในความเห็นของท่านเป็นอย่างไร (มีสถิติประกอบก็ได้ครับ)
    >> ส่วนตัวผมมองในรอบปีที่ผ่านมา มีการค้าขายที่เติบโตขึ้นอย่างมาก ผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น มีผู้ประกอบการมาเปิดเว็บไซต์ค้าขายออนไลน์ใน www.TARAD.com เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตอนนี้มีร้านค้ารวม 167,000 ร้านค้า ยอดการค้าขายก็เพิ่มมากขึ้น และจำนวนผู้ประกอบการก็เริ่มมีการขยายตัวไปยังต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

  2. รอบปีที่ผ่านมาได้เห็นการลงทุน การเข้าสู่ระบบของผู้ประกอบดั้งเดิม และรายใหม่ มากราย การเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ท่านเห็นว่าดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ควรเพิ่มหรือลดสิ่งใด และมองเห็นว่า ยังมีประเด็นปัญหาใหม่ที่สวนทางขึ้นมา ที่ควรต้องระวัง
    >> ผมว่าที่ผ่านมามีทั้งผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่เพิ่มขึ้นมา และมีบางส่วนทีหายไป แต่ภาพรวมคือมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่เข้ามาสู่โลก E-Commerce เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ซึ่งผมดูจากปัจจุบันผมว่า มันควร "จะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้" สิ่งใหม่ที่มีเพิ่มขึ้นมาคือ การเติบโตของ Social Network ซึ่งการค้าจะเริ่มขับเคลื่อน ผ่านไปยังการบริการเหล่านี้มากขึ้นโดยผมเรียกว่า "Social Commerce" การค้าผ่าน Social Network

  3. ที่ผ่านมา เริ่มมีการนำระบบ หรือการลงทุนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศเข้ามา ท่านเห็นว่า ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทยควรปรับตัวอย่างไร
    >> ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัว ให้ออกไปนอกประเทศมากขึ้น เพราะตลาดการค้าของ E-Commerce จะประสบความสำเร็จมากๆ เมื่อเรามองที่ตลาดโลก การเชื่อมโยง (Mashup) กับระบบต่างๆของต่างประเทศเช่น Google, Facebook ก็เป็นแนวทางทีจะทำให้ผู้ประกอบการไทยออกไปยังต่างประเทศได้เร็วมากขึ้น และควรพัฒนาตัวอย่างอยู่ตลอดเวลา คอยจับตาเทคโนโลยีใหม่ๆ และนำมาช่วยในการลดต้นทุน การบริหาร

  4. ภาครัฐได้เข้ามาส่งเสริมบทบาทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เช่นการ จัดอบรม การประมูลออนไลน์กับอีเบย์ ท่านเห็นว่า เพียงพอหรือสอดรับกับความเป็นไปของตลาดหรือไม่ ควรเสริมเพิ่มส่วนใดบ้าง
    >> ผมว่าก็ถือเป็นแนวโน้มที่ดี ที่ภาครัฐหันมาให้ความสนใจกับ E-Commerce มากขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือ การทำงานของภาครัฐยังขาด การมองที่ "ภาพรวม (Frame Work)" ของ E-Commerce ของประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จาก ความซ้ำซ้อนการทำงานของภาครัฐหลายๆ หน่วยงาน  ดังน้นการแก้ปัญหา คือการสร้างหน่วยงานกลาง ที่เข้ามารับผิดชอบงานด้านนี้อย่างชัดเจน "สำนักงานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"

  5. การแข่งขันรอบปี 2553 น่าจะเป็นไปอย่างไร
    >> น่าจะมันส์ และมีความหลากหลายของผู้ให้บริการหน้าใหม่ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการเดิม ซึ่งอาจจะเห็นการเข้ามาของต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะด้วยการขยายตัวและการขยายตลาดของผู้ให้บริการต่างประเทศที่จะเริ่มเข้า มามองตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

  6. กลุ่มสินค้าหลักที่จำหน่ายระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นอยู่มีอะไรบ้าง  ท่านเห็นว่าสินค้าใดน่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีก
    >> ตอนนี้หากสินค้าหลักของกลุ่ม B2C ยังเป็นกลุ่มสินค้าแฟชั่นเป็นหลัก รองลงมาก็เป็นสินค้าทางด้าน ไอทีและโทรศัพท์มือถือ ส่วนสินค้าประเภท นาฬิกาจิวเวลลี่ และของเล่น รวมถึง ของแต่งบ้าน-เฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นหมวดหมู่สินค้าที่มาแรงและน่าสนใจเลยทีเดียว

  7. ในปัจจุบัน มีสถาบันการศึกษาเปิดสอนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น เช่นนี้ จะทำให้ระบบการค้าในประเทศไทยได้ผลดีมากน้อยเพียงใด
    >> ปัจจุบันมีคนเข้าใจด้าน E-Commerce แท้จริง ยังไม่มากเท่าไร ดังนั้นการที่สถาบันต่างๆ เปิดสอนหลักสูตรทางด้าน E-Commerce จะทำให้ ทรัพยากรด้านบุคคลของไทยมีความเข้าใจ และการพัฒนาในด้าน E-Commerce มากขึ้น  ซึ่งหากคนเหล่านี้ เข้าไปอยู่ในองค์กร หรือบริษัทต่างๆ ก็จะมีการนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาการค้าในรูปแบบใหม่ๆ ผ่าน E-Commerce เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

 

รวบรวม กลโกงออนไลน์ ที่ต้องระวังตัว

เดียวนี้กลโกงออนไลน์เริ่มมีการพัฒนามากขึ้นไปหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีแนวโน้มพัฒนาไปก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อย พัฒนาไปตามเทคโนโลยี และความรู้ของผู้ที่โกง ซึ่งรูปแบบเดิมๆ ก็ยังคงใช้ได้อยู่ หากเราได้พอรู้ว่า คนเหล่านี้มีรูปแบบการโกงยังไงบ้าง ก็จะช่วยทำให้ สามารถระมัดระวังตัวเองได้มากขึ้น จากการซื้อ-ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เราลองมาดูกันว่า รูปแบบกลโกงออนไลน์ในปัจจุบันมันมีเทคนิคอะไรบ้าง..

สัมภาษณ์เจ้าของเว็บไซต์เฟอร์นิเจอร์ GengHeng.com ที่มียอดขาย 100% ผ่านเว็บไซต์

VDO สัมภาษณ์คุณกิตกับคุณเหมี่่ยว ที่เปิดเว็บไซต์ ขาย Furniture www.GengHeng.com จนสามารถมียอดขาย 100% ผ่านเว็บไซต์  โดยมีลูกค้าจากทั่วประเทศ แต่ร้านค้าของเค้าอยู่ที่จังหวัดนนท์บุรี แต่สามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นจำนวนมาก ผ่านเว็บไซต์ มาดูว่าเค้าทำกันยังไง ผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนี้

สัมภาษณ์ผู้บริหาร Hotels2Thailand.com

 มาดูแนวโน้มและทิศทางของ www.Hotels2thailand.com เว็บไซต์ด้านการจองโรงแรม และการท่องเที่ยวของไทย โดยเป็นเว็บไซต์จองโรงแรมแรกๆ ของคนไทย ที่หันมาเปิดให้บริการในส่วนของ Affiliate Marketing  มาดูกันว่าจะเป็นยังไงและดูว่า travel affiliate marketing ในเมืองไทยเป็นยังไงบ้าง มาดูกันครับ ผมมีโอกาสได้พบปะแล้วพูดคุยกันครับ

 

 

 

เทคโนโลยีติดตามพัสดุโฮมเดลิเวอรีในอังกฤษ

บริษัท โฮม เดลิเวอรี เน็ตเวิร์ค จำกัด (เอชดีเอ็นแอล) https://www.hdnl.co.uk/ ในประเทศอังกฤษ ให้บริการในด้านการเก็บรวบรวมและจัดส่งพัสดุตามบ้านรายใหญ่ที่สุดในอังกฤษ จัดการพัสดุมากถึง 110 ล้านชิ้นต่อปี แต่ละวันจะขนส่งพัสดุกว่า 300,000 ชิ้น พนักงาน 6,500 คน เพื่อจัดส่งพัสดุครอบคลุมรหัสไปรษณีย์ทั้งหมดของอังกฤษ 1,760,000 รหัส และโซนให้บริการไปรษณีย์ 120 โซน สำหรับนักชอปปิงออนไลน์ชาวอังกฤษที่มีจำนวนมากถึง 22 ล้านคน

โฮม เดลิเวอรีฯ มีคลังพัสดุทั่วประเทศ 62 แห่ง ศูนย์จัดเรียงพัสดุอีกสองแห่ง และยัง ให้บริการสำหรับผู้ค้าปลีกที่ ต้องการส่งสินค้า เช่น หนังสือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า ของขวัญ ค้อน ดอกไม้ และไวน์ โดยลูกค้ามีทั้งผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบธุรกิจแบบอี-บิสิเนส กว่า 120 ราย

ยอดช้อปปิ้งออนไลน์ในวันหยุดสหรัฐนับล้านล้านบาท

บริษัทวิจัยจูปิเตอร์รีเสิร์ชในสหรัฐ คาดว่า ยอดการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตในช่วงเทศกาลวันหยุดของสหรัฐ สิ้นปีนี้ จะมีการใช้จ่ายถึงกว่า 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.3 ล้านล้านบาท

ลึกล้ำเหนือคำว่า "แลก"

แลกเปลี่ยนสินค้าและสิ่งของที่ต้องการผ่านเว็บไซต์ แนวความคิดเก่าที่กลับมาใหม่และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี จนเวลานี้ต้องจับตามอง
 

Gmarket ชุมชนออนไลน์อินเทรนด์

ใจกลางกรุงโซล เราจะได้ยินเสียงเพลงป๊อปยอดฮิตและแสงไฟที่สาดส่องในตลาดดองแดมุนตลอดทั้งคื น เพื่อดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลไม่ขาดสาย เพราะที่นี่คือศูนย์รวมแฟชั่นสุดฮิตจากแดนกิมจิ ที่กำลังโด่งดังไปทั่วเอเชีย กับราคาที่สุดแสนสบายกระเป๋า เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของบรรดานักช้อปโดยแท้

Syndicate content (C01 _th3me_)