Social Network Marketing
เจาะใจลูกค้าให้สุดซึ้ง...ด้วยเว็บบอร์ดผสานโซเชียลมีเดีย
Submitted by pawoot on Mon, 19/07/2010 - 23:21หลักในการทำการเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จ ให้มีคนเข้ามาที่เว็บไซต์เราเยอะ จริงๆ แล้วจะประกอบไปด้วย 6C ด้วยกัน แต่ C ที่ผมจะเน้นมากๆ และเป็นพื้นฐานของความสำเร็จคือ 1. C-Content หรือ ข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์ ซึ่งหากเว็บเรามีข้อมูลเยอะมากพอ ก็จะเป็นตัวที่ดึงดูดให้คนเข้ามาอ่านและเนื้อหาในเว็บไซต์ของเรา จนถึงกับมีบางคนบอกว่า "Content is The King" เลยทีเดียว แต่จริงๆ แล้วอีก C นึงที่สำคัญคือ 2. C-Community หรือสังคม วันนี้ผมมีตัวอย่างของการสร้างสังคมออนไลน์ จากเว็บบอร์ดและต่อยอดไปยัง Social Network ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว ลองมาดูกันครับ
![]() หน้าเว็บของ MunkongGadget.com |
- 3 comments
- Read more
- 1274 reads
เมื่อแบรนด์ และหมาพูดได้ใน Social Media..!
Submitted by pawoot on Sat, 29/05/2010 - 18:40นักการตลาดหลายคนมักจะมองและเปรียบเทียบว่า แบรนด์ หรือยี่ห้อ ของคุณหากเปรียบเป็น "คน" จะเป็นคนลักษณะไหน? เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เป็นเด็กๆ หรือเป็นคนแก่ เป็นคนกระฉับกระเฉง หรือเป็นคนมั่นใจ เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจคน หรือเป็นคนที่สนใจสังคม? ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่หลายนักการตลาดพยายามสร้างให้คนที่เป็นลูกค้า รับรู้และรู้สึก ว่าแบรนด์ของสินค้าจะเป็นแบบไหน? ซึ่งส่วนใหญ่ การที่จะทำให้ลูกค้าของคุณรับรู้ หรือ รู้สึกได้ว่า แบรนด์ของคุณ เป็นอย่างที่คุณได้วางแผนเอาไว้ มันต้องอาศัย การสื่อสาร (Communication) และการทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วม (Engagment) หรือประสบการณ์ (Experience) ร่วมกับแบรนด์ของคุณ ซึ่งมีวิธีมากมายหลายวิธีที่จะทำให้ลูกค้ารับรู้ "ตัวตน (identity)" ของแบรนด์ของคุณได้ แต่มันจะดีไหมหนอ? หากแบรนด์ของคุณ วันนี้จะสามารถลุกขึ้นมาพูดคุยกับลูกค้าของคุณได้อย่างตรงไปตรงมา?
![]() |
เมื่อเราก้าวเข้าสู่โลกของโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารที่เปิดกว้างอย่างมาก ทำให้เราและเพื่อนของเราสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างอิสระเสรี ภายใต้ "ความสัมพันธ์ (Relation)" ที่เชื่อมโยงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และเมื่อมันพัฒนาไปอย่างมาก เริ่มมีนักการตลาดและธุรกิจหลายธุรกิจเริ่มนำ Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ โดยเริ่มนำธุรกิจ สินค้า หรือแบรนด์มาสร้างตัวตนอยู่ในโลกของ Social Media และเริ่มการสื่อสารตรงไปยังกลุ่มลูกค้าของตน ด้วยรูปแบบและลักษณะของแบรนด์ของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น DTAC เปิดให้บริการ @DTAC_feelgoood ผ่านทาง twitter และพูดคุยสื่อสารกับลูกค้า โดยส่วนตัวที่ผมได้พูดคุยและสัมผัสจากการที่ @DTAC_feelgoood สื่อสารกับลูกค้าผ่านทาง Twitter ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า @DTAC_feelgoood เป็นผู้หญิงน่ารักคนหนึ่ง ที่มีความห่วงใย ความจริงใจ ซึ่งมันสอดคล้องกับแบรนด์ของ DTAC แต่มันเจ๋งกว่านั้นคือ ผมสามารถพูดคุยกับ DTAC ได้ง่ายๆ โดยเพียงแค่พิมพ์ข้อความผ่าน Twitter ไปหา @DTAC_feelgoood เพียงซักพักก็จะมีการตอบกลับมา เพียงแค่นี้ผมก็สามารถ "พูดคุยกับแบรนด์ได้แล้ว" นี้คือตัวอย่างหนึ่งที่ ทำให้เราได้เห็นว่า การเข้านำแบรนด์เข้ามาสู่ในโลกของ Social Media เป็นการสื่อสารแบบสองทาง (2 way Communication) ทำให้เราแบรนด์สามารถโต้ตอบ พูดคุยกับคนได้อย่างง่ายๆ ตามรูปแบบและลักษณะตัวตอนของแบรนด์แต่ละแบรนด์
- Add new comment
- Read more
- 1078 reads
ทางออกประเทศไทยง่ายๆ เมื่อ “เราเอง” คิดบวกบวก (Double Positive Thinking)
Submitted by pawoot on Tue, 25/05/2010 - 15:58คุณเชื่อไหม! ว่าการข้อความ หรือข้อมูล ที่คนอื่นๆ ส่งต่อๆ กันมาในอินเทอร์เน็ต หรือ Social Network บางครั้งมันสามารถสร้างความแตกแยก ให้กับคนในประเทศได้ โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแดง เสื้อเหลือง คนนั้น คนนู้น คนนี้เล่าว่า หรือภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง ล้วนเกิดผลลัพย์ ตามมาโดยที่เราไม่รู้ตัวว่า เรากำลังปลูกฝั่ง หรือรับข้อมูลเหล่านั้น ซึ่งมันจะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างคนไทยด้วยกันเองไปโดยไม่รู้ตัว เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?
ในสถานะการณ์เช่นนี้ ประเทศไทยไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากการที่จะให้คนในชาติกลับมาเป็นปึกแผ่น และ "เลิกมองว่าคนนู้นคือเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี หรือเสื้อสีอะไรก็ตาม" เราต้องพูดคำว่าเราคือ "คนไทย" ด้วยกัน ซึ่งการแสดงออกง่าย คือการลด ละ เลิก การเขียน หรือส่งต่อข้อมูลที่จะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างเรากับคนอื่นๆ ในสังคมไทยด้วยกัน เพราะบางครั้ง คำพูดบางคำ หรือภาพบางภาพ มันทำให้เกิดความแตกแยก และรวมถึงการสร้าง มุมมองที่ดี มุมมองที่บวกให้กับตัวเอง และกับคนรอบข้าง นี้คือที่มาของการจะทำให้ประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้
ตอนนี้ก็มีการรวมตัวกันของกลุ่มคน ที่กำลังพลักดันในให้คนไทยมาร่วมกัน "คิดบวกบวก" โดยมีการเริ่มรณรงค์ให้คนไทยทุกคนเริ่มหันมา "พูด-คิด-ทำ แต่เรื่องบวกบวก" และรวมตัวกันโดยใช้ชื่อว่า "พรรคพลังบวก" ต้องบอกก่อนว่านี้ไม่ใช่พรรคการเมืองนะครับ แต่เป็นการรวมตัวของคนที่คิดเรื่องบวกบวก โดยได้มีการสร้าง Facebook ขึ้นมาสำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาร่วมสามารถเข้าร่วมได้ที่ http://www.facebook.com/PositiveParty และสามารถร่วมเข้าการคิดบวกบวกๆ ได้โดยการ เปลี่ยนภาพของคุณ หรืออาวาร์ต้า (Avartar) ในเว็บโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ของคุณ ให้มีเครื่องหมาย "บวก บวก" อยู่ในภาพของคุณ เพื่อเป็นการบอกกับตัวเองได้ และกับคนอื่นๆ ว่าเรามีแนวความคิด บวกบวก โดยคุณสามารถไปเข้าร่วมเปลี่ยนภาพของคุณได้ที่ http://bit.ly/thailand2plus และในการพูดหรือสื่อสาร คุณสามารถใส่แท็ก #Thailand++ เป็นการแจ้งให้คนอื่นทราบถึงว่า ข้อความนี้ เป็นข้อความที่ มีความเป็น "บวกบวก"
![]() |
โดยหลังจากเปิดกลุ่มนี้ขึ้นมาไม่นาน ก็มีคนในโลกออนไลน์ทั้งใน Facebook และ Twitter ต่างเข้าร่วมโครงการนี้กันอย่างมาก โดยตอนนี้ มีคนเปลี่ยนภาพอาวาร์ต้าของตัวเอง มากกว่า 3 พันคน และ มีผู้เข้าร่วมผ่าน Facebook เกือบ 900 คนแล้วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 วัน ถือว่าเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมากๆ ในโลกออนไลน์ นี้คือรูปแบบของการเคลื่อนไหว และการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในโลกของ Social Network ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากๆ
หากคุณได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในโลกของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter แล้ว ผมจึงอยากเชิญชวนคุณ (นั้นแหละ) เข้ามาร่วมในโครงการดีๆ แบบนี้ และเริ่มต้นการสื่อสารในโลกของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ ที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบันอย่างสร้างสรรค์ "คิดบวกบวก" สร้างความเป็น "คนไทย" ร่วมกันผ่านสังคมออนไลน์ที่มีศักยภาพและสามารถเข้าถึงคนไทยได้เป็นจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเริ่มต้น การคิดบวกบวก มันเริ่มง่ายๆ จากตัวคุณเอง เอาละเรามาเริ่มต้นกันดีกว่าครับ.!
- Add new comment
- 834 reads
เพิ่มศักยภาพชีวิตและธุรกิจด้วย กล้องในมือถือ + Social Network Photo
Submitted by pawoot on Sun, 25/04/2010 - 21:33ผมเชื่อว่าหลายๆ คนตอนนี้ นิยมถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถือใช่ไหมครับ? แต่ถ่ายภาพแต่ละครั้งเสร็จ พอจะเอารูปออกมาแบ่งเพื่อนๆ ก็ต้องมาคอยส่งผ่าน bluetooth, E-mail หรือ ต้องมาเสียบกับคอมพิวเตอร์ เพื่อดึงภาพลงมาในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งต่อหาเพื่อนๆ หรือต้องมาคอย upload เข้า Social Network ที่คุณใช้เป็นประจำอย่าง Facebook, Flickr ซึ่งบางทีมันก็ลำบาก ลำบนน่าดูเลยทีเดียว... มันจะดีไหมหนอ.. หากเราถ่ายภาพ หรือ วีดีโอ จากโทรศัพท์มือถือของเราปุ๊ป ก็สามารถอัพโหลดหรือส่งเข้าไปยังเว็บต่างๆ ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อย่างอัตโนมัติ คงจะดีไม่น้อย ...
ผมเองเป็นคนนึงที่ ชอบถ่ายภาพ จากกล้องโทรศัพท์มือถือ แล้วนานๆ ก็ค่อยเอาโทรศัพท์มาต่อกับคอมเพื่อนำภาพลงมาเก็บบนคอมพิวเตอร์เอาไว้ ซึ่งมันก็ดูลำบากลำบนเลยทีเดียว เพราะบางครั้งต้องคอยมาถอดเมมโมรี่ในโทรศัพท์มาเสียบกับคอม ต้องถอดแบ็ตมือถือมาก่อนอีก บางครั้งก็ต้องมาคอยหาตัวต่อ ตัวเสียบเมมโมรี่กับคอมพิวเตอร์ ลำบากลำบนน่าดู และเดียวนี้บริการ Social Network ดังๆ หลายๆ แห่งอย่าง Facebook.com, Twitter.com หรือ Flickr.com ก็มีบริการให้อัพโหลดรูปภาพเข้าไปโชว์เพื่อนๆ แต่เราจะทำยังไงละ ถึงสามารถนำภาพจากโทรศัพท์มือถือของเราส่งเข้าไปยัง Social Network ต่างๆ ทันทีเลย คงจะดีไม่น้อย วันนี้ผมมีวิธีครับ.!
![]() ภาพของการจัดการรูปภาพใน Social Network ต่างๆ |
- 2 comments
- Read more
- 1626 reads
จะใช้ Facebook หรือ Twitter ดีว้า?
Submitted by pawoot on Fri, 09/04/2010 - 19:15หลายๆ คนมักจะถามผมว่า ระหว่าง Facebook กับ Twitter เค้าควรจะใช้ Social Network ตัวไหนดี? ในการใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร หรือเข้าถึงกลุ่มเพื่อนๆ และสังคมใหม่ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่ จะนิยมใช้ Facebook มากกว่า Twitter โดยตัวเลขปัจจุบัน มีคนไทยใช้ Facebook ประมาณ 2,597,440 คน (อ้างอิงจาก Facebook.com) และคนไทยใช้ Twitter ประมาณ 90,096 คน (อ้างอิงจาก www.lab.in.th/thaitrend ณ. วันที่ 9 เมษายน 2510) คำถามง่ายๆ ที่หลายๆ คนถามผมคือ แล้วไอ้เจ้า Facebook มันต่างจาก Twitter ยังไง (วะ)?
![]() |
- 6 comments
- Read more
- 2041 reads
เจาะลึกคนไทยใช้ Twitter
Submitted by pawoot on Fri, 02/04/2010 - 00:58ณ.ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า "คนไทยใช้ Twitter มีทั้งหมดกี่คน?" แต่ตอนนี้เริ่มมีการลองสำรวจกันอย่างคร่าวกันอยู่ โดนเรียกว่า "Thailand Trending" หรืออันดับเด่นประเทศไทย จากการสำรวจจากการตรวจสอบการส่งข้อมูลของคนไทยผ่าน Twitter ที่มีการส่งข้อมูลหลายหมื่นแสนข้อความ ซึ่งการสำรวจข้อความเหล่านี้ ทำให้เราสามารถ ตรวจสอบ และสามารถรู้แนวโน้มอะไรได้หลายๆ อย่างการจากพูดคุยของคนไทยที่ใช้ Twitter โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ ตลอดวัน เดือน ปี ว่าแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง?
แนวคิดโครงการเริ่มจากที่ทวิตเตอร์เปิดให้บริการ Local Trending ซึ่งแน่นอนว่า … ไม่มีภาษาไทย และปริมาณทวีตภาษาไทยไม่ได้เยอะมากจนถึงขั้นทำให้ติดอันดับ ข้อความอินเทรนด์ระดับโลก (Global Trending) ได้ง่ายนัก (แต่ประเทศเราก็เคยติดกับคำว่า #WeLoveKing เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมานี้เอง) ดังนั้นก็ต้องมีการลงพัฒนาอะไรบางอย่างซักหน่อยเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของ Twitter โดยการใช้ระบบเชื่อมต่อ (API) ของ Twitter เองซึ่งหลังจากได้มีการจับข้อมูลและตรวจสอบ พบว่ามีข้อมูลหลายๆ อย่างน่าสนใจมาก เราลองมาดูกัน
วิเคราะห์พฤติกรรมคนไทยใช้ Twitter
เว็บไซต์ที่ผมพูดถึงที่ได้มีการทดลองเก็บข้อมูลของคนไทยที่ใช้ Twitter คือ http://www.lab.in.th/thaitrend ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีคนไทยที่ใช้ twitter ประมาณ กว่า 73,387 คน (จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 สำหรับตัวเลขล่าสุด ดูได้ที่เว็บไซต์) ดังน้ันแนวโน้มคนไทยที่ Twitter อาจจะใช้ตัวเลขนี้อ้างอิงได้ เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยใครค้นคว้าอย่างจริงๆ จังอย่างเว็บไซต์นี้เลย
และเรายังสามารถเห็นได้อีกด้วยว่า มีคนพูดถึงเรื่องอะไรเยอะสุดบ้างในแต่ละวัน อาทิตย์ และเดือน โดยระบบจะจับจาก แฮชแท็ก (Hash Tag) หรือข้อความที่มีเครื่องหมาย # นำหน้า เชนในช่วงนี้ แท็กคำว่า #WeLoveThai มีการพูดถึงอันดับ 1
![]() ตัวเลขของคนไทยพูดถึง #WeLoveThai ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา |
และนอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้อีกว่า ใครเป็นคนที่อ้างอิง (mention) หรือพูดถึงมากที่สุดในแต่ละวัน อาทิตย์ เดือน โดยในวันนี้ คุณสุทธิชัย หยุ่น (@Suthichai) ได้เป็นอันดับ 1 และส่วนสุดท้ายที่ระบบนี้สามารถตรวจได้คือ คำหรือวลี (vowel) ที่มีการพูดถึงมากที่สุดใน Twitter ของคนไทย ซึ่งอันดับ 1 วันนี้ได้แก่ "เสื้อแดง" และอันดับ 2 ได้แก่ "เหวง"
![]() สถิติต่างของคนไทยที่ใช้ Twitter |
นี้คือข้อมูลบางส่วนที่เราสามารถทราบได้ทันที จากคนไทยทั่วโลกที่ใช้ Twitter เพราะระบบนี้ได้ถูกออกแบบไว้ให้จับจากคนที่ส่งข้อความ "ภาษาไทย" เท่านั้นใน Twitter ระบบถึงจะทำการตรวจสอบและนำมาทำเป็นรายการให้ดู ซึ่งต้องบอกได้เลยว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงรายวัน และข้อมูลจะสอนคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยในขณะนั้นๆ ว่าคนไทยส่วนใหญ่ "กำลังพูดถึงอะไร?" อะไรคือแนวโน้มเด่นของคนไทยในตอนนี้
อ่านมาถึงตรงนี้เราได้อะไร?
การที่เราสามารถวิเคราะห์ การพุดคุยของคนไทยที่ใช้ Twitter ทำให้เราสามารถทราบถึงข้อมูลหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ หากนำไปใช้กับการตลาด เราก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า สินค้าและบริการอะไร ที่กำลังอยู่ในเทรน (Trend) ที่หลายๆ คนพูดถึงกันอยู่ และยังสามารถศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคได้ไม่ยากเลย แต่จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ บริการเหล่านี้เรามักจะเห็น ตามเว็บของต่างประเทศเต็มไปหมด แต่การที่เมืองไทยเริ่มมีบริการลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น นั้นหมายถึงเป็นการเริ่มต้นการพัฒนาระบบเว็บไซต์ไทย ในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมุลของคนไทยด้วยกันเอง ในบริการของเว็บไซต์ต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้หลายๆ เว็บไซต์ก็เริ่ม "เปิดช่องทาง" ในนักพัฒนาสามารถเข้าถึง และนำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ได้ ซึ่งถือว่าเว็บไซต์แห่งนี้ เป็นการเริ่มต้นที่ดี และน่าจะจุดประกายใหักับนักพัฒนาในเมืองไทยได้เกิดมุมมองใหม่ๆ ในการพัฒนาเว็บไซต์ในเมืองไทยให้ดียิ่งขึ้น....อ่านมาถึงตรงนี้ หากคุณสนใจ ก็ลองเข้าไปดูได้ครับตามเว็บที่ผมแนะนำมาเบื้องต้นครับ
- 1 comment
- 802 reads
มาทำ Twitter Wall กันเถอะ....
Submitted by pawoot on Fri, 26/03/2010 - 08:23หากคุณอยากจะรู้ว่า ตอนนี้มีใครในโลกนี้พุดถึง Tag หรือ Keywords ที่เกี่ยวกับ สินค้าหรือแบรนด์ของคุณใน Twitter วิธีการง่ายๆ ก็คือการใช้ Twitter Wall ซึ่งก็คือการฉายหรือแสดง ข้อความที่คน Tweet คำพูดที่คุณต้องการจากคนทั่วโลก โดยวิธีการนี้มักนิยมในงานต่างๆ เช่นงานสัมมนา, งานที่คนเยอะๆ โดยจะมีการแสดงจอใหญ่ๆ อีกจอที่ขึ้น Twitter Wall ขึ้นมา เช่นผมจัดงานเกี่ยวกับ สัมมนาของ TARAD.com ผมก็อยากให้คนในงาน ที่มางาน หรือพูดถึงงานนี้ใส่ Tag #TARAD เข้าไป ดังน้นพอ ใครก็ตามในโลกนี้ พิมพ์คำว่า #TARAD ข้อความก็จะขึ้นในหน้าจอนี้ ซึ่งจะเป็นอีกวิธีที่คนในงาน สามารถสื่อสาร หรือพูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ง่ายๆ โดยใช้ twitter เป็นเครื่อง และใช้ Tag หรือ Keyword เป็นตัวจับ ซึ่งวิธีการตอนนี้ก็มีง่ายๆ ครับ ลองไปใช้กันได้ฟรีๆ ได้เลยครับ เข้าไปใช้ได้กับเว็บต่างๆ เหล่านี้ได้เลย
![]() |
- Add new comment
- 1256 reads
รายการงานการใช้ Social Network ของบริษัท Top 100 Fortune จากทั่วโลก
Submitted by pawoot on Thu, 11/03/2010 - 02:34ล่าสุดทาง Burson-Marsteller ได้ออกรายงานผลสำรวจของ Top 100 ของบริษัที่ติดอันดับในนิตยสาร Fortune ในปี 2010 เกี่ยวกับการใช้ Social Network ขององค์กรต่างๆ ชื่อว่า "Global Social Media Check Up" โดยสำรวจดูว่า องค์ใหญ่ๆ ระดับโลกมีการใช้ Social Network หลักๆ 4 ตัวได้แก่ Facebook, Twitter, Youtube, และ Corporate Blog กันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูจาก Report แล้วประเทศจาก Asia-Pacific ก็ไม่น้อยหน้าในโซนอื่นๆ นะครับ แต่ถ้าดูภาพรวมแล้ว องค์กร บริษัทต่างๆ นิยมใช้ Twitter กันมากสุด รองลงมา Facebook Fan Page, Youtube และ Blog ขององค์กรตัวเอง

ดู slide ทั้งหมได้ที่นี่ Burson Marsteller 2010 Global Social Media Check Up Report
- Add new comment
- 1310 reads
เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ
Submitted by pawoot on Mon, 15/02/2010 - 17:44ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิรก์ อย่างเช่น Facebook, Twitter เริ่มค่อยๆ เข้ามาบทบาทกับสังคมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ หรือนักธุรกิจหลายๆ เริ่มนั่งงงๆ อยู่ว่ามันจะเอามาใช้กับงานหรือธุรกิจเราได้ยังไง? หรือหลายคนหนักกว่านั้น ยังไม่รู้จัก? หรือยังไม่เคยใช้พวกนี้เลย ซึ่งแน่นอนหลายๆ คงต้องถามว่า "ใช้แล้วผมหรือธุรกิจได้อะไร จาก Social Network?" แหม.! เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ที่ผมเชื่อว่าเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำธุรกิจในตอนนี้ งั้นเรามาดูกัน
Social Network คืออะไรงะ? (เห็นคนพูดกันมานานแล้ว งง วุ้ย.!)
หลายๆคนคงรู้จัก Social Network เว็บไซต์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้คำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ของ Social Network มันก็คือ เว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ หรือติดต่อพูดคุย (Communicate) กับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเก่าๆ ได้ง่ายๆ และยังสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถ เล่นเกมส์ (Games) หรือ ทำอะไรหลายๆ ที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่น ขโมยผักเพื่อน, เลี้ยงสัตว์กับเพื่อนๆ ของคุณได้ โดยกิจกรรมที่ทำ ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของการ "ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนของคุณเท่านั้น" หากจะยกตัวอย่าง Social Network มีหลายแห่งที่ดังๆ เช่น Linkedin.com หรือ Myspace.com แต่ตัวที่ดังๆ จริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้หลักๆ คงได้แก่ Facebook.com และ Twitter.com ส่วนตัวอื่นๆ ก็เริ่มๆ เอาท์ๆ กันไปแล้วอย่างเช่น hi5.com เป็นต้น
เออ... แล้ว Social Network มันมาช่วยอะไรธุรกิจเราได้บ้าง(วะ)?
อ่านๆ ดูแล้วมันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนกับคน แล้วธุรกิจหรือการค้าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ตอนนี้นักการตลาดยุคใหม่ "เริ่มเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสื่อสารให้คนอื่นพูดถึงสินค้าแทน ในช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว เพราะได้ผลมากกว่าการโฆษณาตรงๆ" ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ระหว่างมีร้านมาโฆษณาบอกว่า โดนัทร้านเค้าอร่อย กับ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่า โดนัทร้านนี้อร่อย คุณจะเชื่อใครมากกว่ากัน.!" แน่นอนครับ แทบทุกคนต้องบอกว่า "เชื่อเพื่อนบอกมากกว่าโฆษณาบอก" นี้คือหลักการง่ายของการตลาดผ่าน Social Network คือ "ให้คนอื่นพูดถึงสินค้าหรือบริการของคุณแทนคุณบอกเอง" แต่ต้องบอกในทางที่ดีนะครับ
วิธีการง่ายๆ ทำให้องค์กรคุณเป็นองค์กร Social Network
- สร้างตัวตนขององค์กรคุณใน Social Network
วิธีการนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใน Social Network แต่ละแห่งแล้วเริ่มนำข้อมูลสินค้า หรือบริการบอกให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางนี้ แต่ต้องใช้ทักษะการบอกผ่านในช่องทางนี้ อย่างแยบยล และ "ควรจะสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง" ไม่ใช่เอาแต่พูดแต่เรื่องของสินค้าของคุณ "ควรจะพูดในมุมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไปช่วยทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นอย่างไรได้" เช่นผมขาย "ไดร์เป่าผม แทนที่จะบอกว่าผมขายไดร์เป่าผม ก็เปลี่ยนวิธีสื่อสารใหม่ เช่น "เพิ่มความสวยให้แต่วันทำงาน ด้วยไดร์เป่าผมของคุณ" สิ่งที่คุณพูดออกไปก็จะมีคนใจมากกว่า
- หาคนรับผิดชอบให้ชัดเจน
การระบุคนหรือทีมที่ชัดเจนในการดูแล Social Network ขององค์กรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถโฟกัสในสิ่งที่ทำได้ โดยส่วนใหญ่ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ คือฝ่ายการตลาด เพราะสามารถใช้เป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่พร้อมๆ บางองค์กรผู้บริหารระดับสูงก็เข้ามาใช้ Social Network นี้เอง อย่างเช่น คุณพาที สารสิน CEO ของนกแอร์ (http://twitter.com/patee122) เฮียฮ้อของ RS (http://twitter.com/HereHorRS) หาก CEO หรือผู้บริหารคนไหนสนใจจะเริ่มต้นทำ Social Network ลองอ่านที่ "6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network" หรือหากองค์กรของคุณไม่มีคนรับผิดชอบ ก็สามารถอาจจะให้บริษัทมืออาชีพที่ทำงานด้านนี้มาช่วยดูแลแทนก็ได้
- ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการสร้าง Social Network
ผมเชื่อว่าในองค์กรของคุณ อาจจะมีคนอยู่หลายคนเลยทีเดียวที่ใช้ Social Network อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter แต่ส่วนใหญ่เราจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ "มักใช้ในเรื่องส่วนตัว" แต่หากเราสามารถปรับและกระตุ้นให้คนในองค์กร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ Social Network มาเพิ่มศักยภาพของแบรนด์หรือสินค้าขององค์กร ให้ผ่านไปยังเครือข่าย Social Network ของเพื่อนๆ เค้าออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ หากองค์กรคุณมีคน 20 คนที่ใช้ Social Network แต่ละคนมีเพื่อนอยู่ใน Network 100 คน และใน 100 คนก็บอกต่อไปหาเพื่อนอีก 100 คน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า "หากทั้ง 20 คนในองค์กร ช่วยกันพูดถึง สินค้าและบริการของคุณออกไป วันละ 1 ครั้ง เราจะมีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณผ่านออกไปมากถึง 2 แสนคน/วันเลยทีเดียว" และที่สำคัญข้อความเหล่านี้ จะน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความปกติ เพราะถูกส่งผ่านไปยังในรูปแบบ "เพื่อนบอกเพื่อน"
ทั้งหมดนี้่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรของคุณ สามารถปรับตัวเองเข้าสู่โลกของ Social Network ได้ไม่ยากครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป รีบสมัครเลยครับ ลองมาหาวิธีการนำ Social Network มาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรของคุณดีกว่า จะปล่อยให้พนักงานหรือคนในองค์กรของคุณปลูกผักหรือเปิดร้านขายอาหารไปวัน ๆใน Facebook ไปทำไม อ่านจบแล้วก็คิดวิธีการทำได้เลย... จะรออะไรอยู่ละ.!
- 2 comments
- 1817 reads
6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network
Submitted by Anonymous on Mon, 15/02/2010 - 17:28** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ
อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ
1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง
ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้
2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร
ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว
3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร
เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว
4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร
ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้
ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว
6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ
หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้
ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ....
หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot
- Add new comment
- 2428 reads













Recent comments
1 hour 26 min ago
14 hours 23 min ago
19 hours 11 min ago
2 days 1 min ago
2 days 2 min ago
2 days 3 min ago
2 days 3 min ago
2 days 4 min ago
2 days 5 min ago
2 days 6 min ago