เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ
Submitted by pawoot on Mon, 15/02/2010 - 17:44ในปัจจุบันโซเชียลเน็ตเวิรก์ อย่างเช่น Facebook, Twitter เริ่มค่อยๆ เข้ามาบทบาทกับสังคมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของธุรกิจ หรือนักธุรกิจหลายๆ เริ่มนั่งงงๆ อยู่ว่ามันจะเอามาใช้กับงานหรือธุรกิจเราได้ยังไง? หรือหลายคนหนักกว่านั้น ยังไม่รู้จัก? หรือยังไม่เคยใช้พวกนี้เลย ซึ่งแน่นอนหลายๆ คงต้องถามว่า "ใช้แล้วผมหรือธุรกิจได้อะไร จาก Social Network?" แหม.! เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับ ที่ผมเชื่อว่าเป็นคำถามยอดฮิตของคนทำธุรกิจในตอนนี้ งั้นเรามาดูกัน
Social Network คืออะไรงะ? (เห็นคนพูดกันมานานแล้ว งง วุ้ย.!)
หลายๆคนคงรู้จัก Social Network เว็บไซต์กันอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้คำอธิบายง่ายๆ สั้นๆ ของ Social Network มันก็คือ เว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตที่ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อ หรือติดต่อพูดคุย (Communicate) กับเพื่อนเก่าๆ สมัยมัธยม, มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเก่าๆ ได้ง่ายๆ และยังสามารถหาเพื่อนใหม่ๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถ เล่นเกมส์ (Games) หรือ ทำอะไรหลายๆ ที่คุณไม่เคยทำมาก่อนได้ เช่น ขโมยผักเพื่อน, เลี้ยงสัตว์กับเพื่อนๆ ของคุณได้ โดยกิจกรรมที่ทำ ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานของการ "ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนของคุณเท่านั้น" หากจะยกตัวอย่าง Social Network มีหลายแห่งที่ดังๆ เช่น Linkedin.com หรือ Myspace.com แต่ตัวที่ดังๆ จริงๆ ในเมืองไทยตอนนี้หลักๆ คงได้แก่ Facebook.com และ Twitter.com ส่วนตัวอื่นๆ ก็เริ่มๆ เอาท์ๆ กันไปแล้วอย่างเช่น hi5.com เป็นต้น
เออ... แล้ว Social Network มันมาช่วยอะไรธุรกิจเราได้บ้าง(วะ)?
อ่านๆ ดูแล้วมันเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเพื่อนกับเพื่อนหรือคนกับคน แล้วธุรกิจหรือการค้าจะเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ตอนนี้นักการตลาดยุคใหม่ "เริ่มเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าตรงๆ เริ่มเปลี่ยนมาเป็นสื่อสารให้คนอื่นพูดถึงสินค้าแทน ในช่องทางโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์แล้ว เพราะได้ผลมากกว่าการโฆษณาตรงๆ" ผมยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ระหว่างมีร้านมาโฆษณาบอกว่า โดนัทร้านเค้าอร่อย กับ เพื่อนสนิทของคุณบอกว่า โดนัทร้านนี้อร่อย คุณจะเชื่อใครมากกว่ากัน.!" แน่นอนครับ แทบทุกคนต้องบอกว่า "เชื่อเพื่อนบอกมากกว่าโฆษณาบอก" นี้คือหลักการง่ายของการตลาดผ่าน Social Network คือ "ให้คนอื่นพูดถึงสินค้าหรือบริการของคุณแทนคุณบอกเอง" แต่ต้องบอกในทางที่ดีนะครับ
วิธีการง่ายๆ ทำให้องค์กรคุณเป็นองค์กร Social Network
- สร้างตัวตนขององค์กรคุณใน Social Network
วิธีการนี้ง่ายมากๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใน Social Network แต่ละแห่งแล้วเริ่มนำข้อมูลสินค้า หรือบริการบอกให้ข้อมูลผ่านทางช่องทางนี้ แต่ต้องใช้ทักษะการบอกผ่านในช่องทางนี้ อย่างแยบยล และ "ควรจะสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากฟัง" ไม่ใช่เอาแต่พูดแต่เรื่องของสินค้าของคุณ "ควรจะพูดในมุมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไปช่วยทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้นอย่างไรได้" เช่นผมขาย "ไดร์เป่าผม แทนที่จะบอกว่าผมขายไดร์เป่าผม ก็เปลี่ยนวิธีสื่อสารใหม่ เช่น "เพิ่มความสวยให้แต่วันทำงาน ด้วยไดร์เป่าผมของคุณ" สิ่งที่คุณพูดออกไปก็จะมีคนใจมากกว่า
- หาคนรับผิดชอบให้ชัดเจน
การระบุคนหรือทีมที่ชัดเจนในการดูแล Social Network ขององค์กรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถโฟกัสในสิ่งที่ทำได้ โดยส่วนใหญ่ หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนี้ คือฝ่ายการตลาด เพราะสามารถใช้เป็นอีกช่องทางนึงในการสื่อสารได้อย่างเต็มที่พร้อมๆ บางองค์กรผู้บริหารระดับสูงก็เข้ามาใช้ Social Network นี้เอง อย่างเช่น คุณพาที สารสิน CEO ของนกแอร์ (http://twitter.com/patee122) เฮียฮ้อของ RS (http://twitter.com/HereHorRS) หาก CEO หรือผู้บริหารคนไหนสนใจจะเริ่มต้นทำ Social Network ลองอ่านที่ "6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network" หรือหากองค์กรของคุณไม่มีคนรับผิดชอบ ก็สามารถอาจจะให้บริษัทมืออาชีพที่ทำงานด้านนี้มาช่วยดูแลแทนก็ได้
- ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมในการสร้าง Social Network
ผมเชื่อว่าในองค์กรของคุณ อาจจะมีคนอยู่หลายคนเลยทีเดียวที่ใช้ Social Network อย่างเช่น Facebook หรือ Twitter แต่ส่วนใหญ่เราจะพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้ "มักใช้ในเรื่องส่วนตัว" แต่หากเราสามารถปรับและกระตุ้นให้คนในองค์กร มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ Social Network มาเพิ่มศักยภาพของแบรนด์หรือสินค้าขององค์กร ให้ผ่านไปยังเครือข่าย Social Network ของเพื่อนๆ เค้าออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ หากองค์กรคุณมีคน 20 คนที่ใช้ Social Network แต่ละคนมีเพื่อนอยู่ใน Network 100 คน และใน 100 คนก็บอกต่อไปหาเพื่อนอีก 100 คน ลองคิดดูง่ายๆ ว่า "หากทั้ง 20 คนในองค์กร ช่วยกันพูดถึง สินค้าและบริการของคุณออกไป วันละ 1 ครั้ง เราจะมีคนเห็นสินค้าหรือบริการของคุณผ่านออกไปมากถึง 2 แสนคน/วันเลยทีเดียว" และที่สำคัญข้อความเหล่านี้ จะน่าเชื่อถือมากกว่าข้อความปกติ เพราะถูกส่งผ่านไปยังในรูปแบบ "เพื่อนบอกเพื่อน"
ทั้งหมดนี้่เป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่องค์กรของคุณ สามารถปรับตัวเองเข้าสู่โลกของ Social Network ได้ไม่ยากครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป รีบสมัครเลยครับ ลองมาหาวิธีการนำ Social Network มาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับองค์กรของคุณดีกว่า จะปล่อยให้พนักงานหรือคนในองค์กรของคุณปลูกผักหรือเปิดร้านขายอาหารไปวัน ๆใน Facebook ไปทำไม อ่านจบแล้วก็คิดวิธีการทำได้เลย... จะรออะไรอยู่ละ.!
- 2 comments
- 355 reads
6 เหตุผลที่ผู้บริหารควรเอาตัวเองเข้าไปกระแทก Social Network
Submitted by Anonymous on Mon, 15/02/2010 - 17:28** บทความนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารที่ไม่รู้ค่อยรู้เรื่อง Internet และหากคุณเป็นลูกน้องต้องการอัพเดทกบาลหัวหน้าหรือผู้บริหารของคุณ ลอง Print หน้านี้ออกไปวางไว้บนโต๊ะให้เค้าอ่านสิครับ
อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังถึง "เทคนิคสำหรับมือใหม่นำ Social Network ไปใช้กับธุรกิจ" ตอนนี้ก็เริ่มมีหลายๆ องค์กรเริ่มนำ Social Network เข้ามาใช้ในธุรกิจ หลายแห่งก็ยังไม่ได้ทำ แต่สำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้าที่ยังไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปใช้ Social Network หรือผมเรียกว่า "เอาตัวเองเข้าไปกระแทก" นั้น มาดูกันว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการใช้ Social Network ซึ่ง Social Network ในที่นี้ผมขอเน้นไปที่ Facebook.com และ Twitter.com นะครับ
1. ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่เร็วและ แร๊ง..งง
ด้วยรูปแบบของการใช้ Social Network ที่ผู้บริหารสามารถควบคุมและดูแลได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งข้อความ ที่ตัวเองต้องการส่งได้เมื่อไรก็ได้ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้ทันที และยังสามารถสื่อสารออกไปในวงกว้างได้อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพมากในยุคของสื่ออินเทอร์เน็ตเช่นนี้
2. แนบชิดกับลูกค้า และคนในองค์กร
ผู้บริหารสามารถความเป็นกันเองกับ ลูกค้า หรือคนในองค์กรของคุณ ด้วยการใช้ Social Network โดยไม่จำเป็นต้องส่งเฉพาะเรื่องงานเข้าไปเท่านั้น การส่งเรื่องส่วนตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ของตนในแต่ละวัน ก็จะทำให้ผู้รับข้อมูลรู้สึกเป็นกันเอง และรู้สึกใกล้ชิดกับผู้บริหารมากขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งระหว่างคุณกับลูกค้าหรือแม้แต่กับคนในองค์กรของคุณ และนอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือทำให้คุณรู้ว่า คนในองค์กรของคุณตอนนี้เค้าคิดหรือทำอะไรอยู่บ้าง ทำให้คุณสามารถเข้าใจคนในองค์กรของคุณได้ดีมากขึ้น นอกเหนือจากมุมมองด้านการงานเพียงอย่างเดียว
3. ลดการนินทาว่าร้ายจากคนในองค์กร
เมื่อคุณอยู่ในโลก Social Network เดียวกับคนในองค์กรของคุณ และทำให้คนในองค์กรคุณที่รู้ว่าคุณอยู่ในนี้เช่นเดียวกันจะ "มีการระมัดระวังการพูดจาหรือกล่าวร้ายต่อองค์หรือตัวคุณได้" เพราะมีหลายๆ ครั้งที่คนในองค์กรมักจะเขียนอะไรที่ไม่ดีต่อองค์กรที่ตนทำงานอยู่ หรือ ผู้บริหารที่ได้ทำงานด้วย เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่า เขียนไปแล้ว ผู้บริหารหรือองค์กรจะไม่มีทางมาเจอข้อมูลเหล่านี้ และบางครั้งมักเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งการที่คุณอยู่ใน Social Network เดียวกับเค้า จะช่วยลดเหตุการณ์แบบนี้ลงไปได้มากๆ เลยทีเดียว
4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับองค์กร
ตอนนี้หากผู้บริหารมีการใช้ Social Network เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกวิธีหนึ่ง สื่อหรือสังคมก็จะเริ่มให้ความสนใจกับ การพัฒนาของผู้บริหารที่มีการนำเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มาใช้กับการสื่อสาร ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารและองค์กรมีความทันสมัย และภาพลักษณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
5. ช่องทางกระจายองค์ความรู้
ผู้บริหารหลายๆ คนมักเป็นคนเก่ง แต่มักไม่มีโอกาสในการถ่ายทอดความรู้ หรือเทคนิคอะไรดีๆ ดังนั้นการมี Social Network จะทำให้ผู้บริหารสามารถใช้เป็นช่องทางในการ กระจายความรู้ที่ตัวเองแก่คนทั่วไป และคนในองค์กรได้อีกด้วย เพียงทิปเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสื่อสารออกมา อาจจะะเป็นความรู้สิ่งใหม่สำหรับคนอื่นๆ ได้อย่างมากเลยทีเดียว
6. สร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ
หลากครั้งที่ผู้บริหารมักไม่เข้าใจ เรื่องของ Internet และเทคโนโลยีใหม่ๆ การเอาตัวเองเข้ามาอยู่ในโลกของ Social Network จะทำให้คุณได้เปิดโอกาสการเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผ่าน Social Network และ Internet ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารมีมุมมองที่กว้างไกลมากขึ้น เมื่อคุณสามารถเข้าใจเทคโนโลยี และรู้จัก รวมถึงการนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้
ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปสมัครใช้บริการของ Social Network ต่างๆ อย่าง Facebook.com หรือ Twitter.com ส่วนตัวผมขอแนะนำ Twitter.com เพราะสามารถใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับคนที่สนใจจะใช้ Twitter ลองอ่านที่นี่ครับ (http://www.pawoot.com/twitter) อ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าลังเลครับ รีบเปิดแล้วเข้าไปสมัครเว็บ Twitter.com หรือ Facebook.com เลยครับ อย่าปล่อยให้โอกาสของการเปลี่ยนแปลงขององค์กรของคุณผ่านไปครับ....
หากมี twitter กันแล้ว ก็ add ผมมาได้เลยนะครับ http://www.twitter.com/pawoot
- Add new comment
- 945 reads
วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยปี 2009 แบบไม่เกรงใจใคร
Submitted by pawoot on Mon, 11/01/2010 - 11:21ก่อนอื่น ขอบอก่อนครับว่าข้อความที่จะอ่านต่อจากนี้เป็น เกิดขึ้นตอนสติไม่ค่อยดีเท่าไร (มึนๆ นิดๆ) อาจจะมีภาษาอะไรไม่สุภาพบ้าง ก็ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี่ด้วยครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคือวันที่ 11 มกราคม 2010 เวลา เทียงคืนนิดๆ เป็นข้อความที่รวมมาจาก Twitter ของผม อาจจะไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าไร แต่ก็น่าจะพอได้อะไรบ้างครับ
Pawoot P.
มันเริ่มจาก ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่
ขอวิเคราะห์ เหตุการณ์ "ฝรั่งเศสเล็งเก็บภาษี เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ Google, Yahoo, Facebook " ผมเองรู้สึกและกำลังจับตามองเรื่องนี้มานานแล้วละครับ อย่างเหตการณ์ในปัจจุบัน เว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ในโลกหลายแห่ง กำลังสนุกสนานกับการสร้างรายได้อย่าง "มหาศาล" จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างมากมายในรูปแบบของ Long Tail คือหาโมเดลรายได้เก็บเงินนิดหน่อยๆ แต่เก็บจากคนทั่วโลก ก็สามารถทำให้เกิดรายได้มหาศาล โดยใช้โอกาสให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถชำระเงินผ่านออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิตชำระตรงไปที่ บริษัทเแต่ละแห่งในประเทศนั้นๆ ได้เลย (บริษัทบางแห่งอาจจะมีการวางแผนการรับเงินโดย เปิดบริษัทในประเทศบางประเทศที่มีสิทธิทางด้านภาษี ทำให้เค้าสามารถ ได้ผลประโยชน์ทางด้านภาษีมาก) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดกำไรสูงสุด จึงทำให้ปัญหาบางอย่าง เพราะการ "จ่ายเงินตรงและออกไปยังประเทศของบริษัทเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต" ทำให้ เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ต้อง "เสียภาษี" ให้กับรัฐบาลของหลายๆ ประเทศทั่วโลก เพราะการชำระเงินผ่านสามารถส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ข้ามไปยังประเทศของเค้าเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลายๆ ประเทศมีการจ่ายเงินผ่านออกช่องทางออนไลน์ ไปยังประเทศที่บริษัทเว็บไซต์ใหญ่ ๆอยู่ อาจจะมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาทหรือพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว นี้คือ "ความเสียเปรียบ ของประเทศที่เว็บไซต์ใหญ่ ๆหลายๆ แห่งไม่ได้มีบริษัทตั้งอยู่" เพราะ "การจ่ายเงินตรงออกไปยังประเทศที่บริษัททเว็บไซต์ใหญ่ๆ อยู่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือประโยชน์อะไรกับภาครัฐหรือประเทศที่เว็บไซต์นั้นไม่ได้ตั้งอยู่เลย" ประเทศเหล่านั้นไม่ได้แม้แต่เงินค่าภาษีการจ้างคน ภาษีธุรกิจ ซักบาท เพราะบริษัทเว็บไซต์ใหญ่ๆ จะจ้างคนประเทศนั้นๆ ไปรวมอยู่ประเทศอื่นๆ ใกล้เคียงเอาไว้รวมกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ และประหยัดค่าใช้จ่าย นีื้คือความได้ เปรียบของธุรกิจที่อยู่ในโลกออนไลน์ ที่สามารถ "กำหนดเส้นทางการเดินทางของเงินได้" ไม่ยาก โดยไม่ต้องเสียภาษีให้กับแต่ละประเทศ กลับมามองเมืองไทย ธุรกิจต่างๆ ของไทย "ใช้ความได้เปรียบด้านนี้ น้อยมากๆ" มีเพียงน้อยนิดของธุรกิจออนไลน์ที่ใช้ความได้เปรียบนี้ ส่วนใหญ่ เราจะเป็นผู้ "ซื้อ" มากกว่า ดังนั้นการผมเห็นข่าวของ รัฐบาลฝรั่งเศส จะออกมาเก็บภาษีกับเว็บใหญ่ๆ เช่น Google, Yahoo, Facebook ตามข่าวนี่ ผมเห็นด้วย 100%
วิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้
ทางออกของวิธีการเก็บภาษี นี้ไม่ยากครับ คือ การผลักดันให้เว็บใหญ่ๆ เปิดสาขาในประเทศที่ไปเปิดให้บริการ กำหนดให้เค้ามีการรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศ เมื่อมีการกำหนดให้ มีการเกิดรับรายได้ผ่านสาขาในประเทศนั้นๆ ข้อดีคือ ประเทศนั้นๆ สามารถเก็บภาษีและสามารถช่วยเหลือสนับสนุนท้องถิ่นๆนั้นๆ ได้ แต่คำถามคือ เว็บใหญ่ๆ จะยอมหรือเปล่า?? คำตอบคือ "ยอม" หากภาครัฐ ออกกฏและเข้ามาดูตรงนี้อย่างชัดเจนอย่างที่ รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังจะทำ (ขอให้ +1 สำหรับเค้า) หากเราไม่ทำวันนี้ ต่อๆไป เราจะเสียเปรียบและสูญเสียรายได้ปีนึงหลายพันล้านบาท จากการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านทางออนไลน์ออกไปตรงๆ มีบริษัทเว็บไซต์ ตปท.หลายๆ บริษัทในปัจจุบันที่มีรายได้มหาศาลจากคนไทย แต่ไม่เคยเสียภาษีให้ประเทศไทยเลย เช่น Amazon, Ebay, Google, Yahoo การผลักดันให้บริษัทต่างๆ เหล่านั้นเข้ามา ตั้ง office ในไทยช่วยอะไรได้หลาย ๆ อย่าง เช่น การพัฒนาด้านคน, เทคโนโลยี, การได้ภาษีมาพัฒนาอุตสหกรรมด้านนี้ และอีกมาก ที่่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังทำได้.. อย่าไปยอมเค้าสิ โดยวิธีการ Block ปิด หรือหันไปสนับสนุน local web แทนครับ แบบที่หลายปท.ทำ มีคำถามเกิดขึ้นกันว่า หากเราทำแบบนี้แล้ว จะทำให้ผู้บริโภคคือผู้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า? < ผมเชื่อว่ามันไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก เพราะโครงสร้างด้านราคามันมี Global Standard และ rate คุมเอาไว้อยู่
มองด้านดีของเรื่องนี้.!
แต่อย่ามองแต่ในด้านไม่ดีอย่างเดียวของปัญหานี้ เราก็ต้องมองอีกมุมด้วยว่า การจ่ายเงินออกไปเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ ของต่างประเทศโดยตรง บางครั้งก็นำมาซื้อรายได้ให้กับผู้ประกอบการในประเทศด้วยเหมือนกัน เช่น คนไทยที่ค้าขายใน Ebay อยู่ก็ได้รายเพิ่มมากขึ้น, คนที่ไปลงโฆษณาออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างๆ ก็ได้คนเข้ามามากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ ผู้ประกอบการเหล่านี้ มักจะไม่มีการเสียภาษีให้กับภาครั ซึ่งหากมองมุมมองภาครัฐเราก็คงสูญเสียรายได้ไปบางส่วน ดังนั้นเราคงต้องมา เปรียบเทียบและวิเคราะห์ดูว่า สิ่งเราได้มา กับสิ่งเราเสียไป มันคุ้มกันหรือไม่ นี้คือสิ่งที่ น่าจะพลักดันให้ หน่วยงาน หรือองค์กรไหน หรือใครก็ได้ มาศึกษาและวิเคราะห์ตัวเลขดู น่าทำเน๊อะ
วิเคราะห์อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอย่างเปิดเผยดีกว่า
แต่สิ่งทีน่าสนใจที่สุดคือ "การสนับสนุนให้เว็บไซต์ไทย เปิดหูเปิดตา ไปออกตลาดโลกบ้าง" อย่างมัวอยู่แต่ในกะลาแบบนี้ ขอโทษนะ หากจะพูดอะไรแรงๆ ออกไป แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ การรวมตัว พื้นฐานของ ธุรกิจเว็บไซต์ในเมืองไทยอ่อนแอมากๆ เรียกว่า "เหลวเป๋วได้เลย" สิ่งที่หลายๆ คนเคยบอกว่า "ภาษาไทย" จะเป็นตัวกั้นให้ ต่างชาติเข้ามาได้ยาก แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้ว.
ตัวอย่างเจ๋งๆ เช่น Facebook เคสการเข้ามาในเมืองไทยของ Facebook น่าสนใจมาก .. เค้าเข้ามาโดยอาศัย concept ของ "Social Contribution" คือ ให้คนท้องถิ่นช่วยกันแปล Facebook เป็น Version ภาษาท้องถิ่น.. แค่นี้ Facebook ก็สามารถพัฒนา Facebook Version ไทยออกมาได้ดีๆ แล้ว โดยอาศัยคนไทยด้วยกัน "ช่วยกันแปล" เจ๋งมาก +100 สำหรับ Facebook แต่ในมุมกลับกัน คนไทย มั่วแต่พัฒนาเว็บไซต์เพื่อ "ตอบสนองคนไทยอย่างเดียว" มันก็แค่ตลาดเล็กๆ เท่านั้น ผมอยากเปิดตาคนพัฒนาเว็บไซต์ไทย ว่าออกไปสู่ตลาดโลกเหอะ "เมืองไทย เล็กไปสำหรับคนทำเว็บเมืองไทย" มองอะไรกว้างๆ หน่อย... พี่น้อง..!
http://translate.camfrog.com/< ขอบคุณมากครับ นีืคืออีกตัวอย่าง ที่อาศัย "Social Contribution" ที่อาศํยคนในท้องถิ่นที่ช่วยกันของทาง Camfrog
อุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทยอ่อนแอมากๆ
ปัญหามันอยู่ตรง ที่ "ฐานของอุตสาหกรรมเว็บไซต์ไทย มันอ่อนแอมากๆ" - เราเป็นผู้เสพมากว่าผู้สร้าง.! เราต้องการ "ผุ้สร้างใหม่ๆ" มากกว่านี้ ท้าเลย.. หากคุณคิดอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์แบบดีๆ เหี้ยๆ ทำเลยครับ... คิดว่าไม่ไหวใช้วิธี "สร้างทีม" และปรึกษาคนเก่งๆ "ทำให้เป็นจริงๆ ให้ได้" คนไทยเก่งๆ เยอะนะ แบบว่า เยอะฉิบหายเลยละ แต่ส่วนใหญ่ "ไม่กล้า ไม่เอาจริง หรือเอาจริงแล้วชอบลุยเดียว" สรุปสุดท้ายก็คือ.. จอดสนิท ผมไม่โทษใครหรอกแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอุตสหกรรมไทยตอนนี้คือ "เราต้องการตัวอย่างดีๆ ที่สำเร็จ ที่เป็นตัวอย่าให้คนอื่นๆ เดินตาม" หากเรามีกลุ่มคนกลุ่มนี้เยอะๆ ผมว่ามันคือการวางรากฐาน และสร้างตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้คนอื่นๆ ได้เห็น และสร้างมุมมองดีๆ ว่าเราเองก็ทำได้เช่นกัน
ทางออกของอุตสาหกรรมเว็บไทย
ผมแนะนำเลยนะ สำหรับคนทำเว็บไซต์ ไอเดียดี + ทีมงานดี + Vision ดี + execution ดี ผมว่าคุณสำเร็จได้ไม่ยากเลยครับ ขาดอันไหน หาเติมเอาเลย ไม่ยากแล้วเดียวนี้ อยากให้ทุกคนที่ อ่านอยู่ หลับตา แล้วลองคิดเล่นๆ ว่า "กูอยากทำโปรเจ็กอะไร ให้คนทั่วโลก หรือคนทั่วเอเซียใช้ดีวะ?" ทำให้ตัวเองเห็นมุมมองนี้ก่อน คนทำเว็บไทย "ลองเลิกคิด ว่า กูจะทำเว็บให้คนไทยใช้สิ" เปิดมุมมองออกไปกว้างๆ หน่อยสิ.. เสียดาย เรายังขาดตัวอย่างเจ๋งๆ น่ะ ผมว่าเรามีคนทำเว็บ รุ่นใหม่ อยู่ใน Twitter นี้เยอะ จำคำผมเอาไว้ คิดงานอะไร "คิดเพื่อคนทั่วโลก" แล้วผมเชื่อว่าโอกาสคุณจะเปิดกว้างมั่กๆ เลย อย่าอ่าน tweet ผมเพลินครับ ผมว่า "คุณ" เองก็สามารถมีไอเดียดีๆ ที่สามารถทำให้เว็บไทยโตไปในระดับโลกได้ คิดสิ คิดเว้ย.. อย่าเอาแต่อ่าน เป้าผมตอนนี้ ทำให้ E-Commerce ไทยออกไประดับโลก... แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ... ผมอยากเห็นคนไทยอีกหลายๆ ทำอะไรที่แตกต่าง ทีมงานดี ๆมีอยู่รอบตัวครับ.! มีหลายเว็บเปิดโอกาสสร้างทีมได้ อย่ามั่วแต่ RT คำพูดผม ผมว่าไอเดียในหัวคุณ จะสามารถสร้างมุมมองให้คนอื่นๆ คิดได้... งัดมันออกมาเว้ย.! ฮ่าๆ ทำยังไงกันดี อ่าน Tweet ผมแล้ว "คุณมีไฟ" สร้างเป้าหมายของคุณเอาไว้ตอนนี้เลย (ก่อนที่มันจะหายไป) แล้วจับจ้องกับมัน นึกถึงมันในวันต่อๆ ไปแล้วหาทางทำมัน.!
จำคำผมว่า "ถ้าเอาแต่คิด แล้วไม่ได้ทำ ยังไงคุณก็ไม่โตหรอก" คิดแล้วทำ.. พลาดแล้วคือ ประสบการณ์ยังไงคุณก็โต.!
อ่านมาถึงตรงนี้ อย่าคาดหวังว่าประเทศเราจะโตได้อย่างไร หากคุณ "ไม่คิดจะเริ่มจากตัวคุณเอง" คิดแล้วก็ทำ สนุกกับมัน เลิกคิดได้แล้วว่า มันทำไม่ได้ มีอุปสรรคนั้น นู้น เพราะแค่ "คุณคิดว่ามันทำไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คุณคิดแล้วละ" เปลี่ยนความคิดแล้วมาคิดกันว่า "จะทำยังไง เพื่อที่จะทำมัน ให้ได้ดีกว่า"
- 9 comments
- 1103 reads
5 เทคนิคการนำ Social Network มาใช้กับการตลาดและธุรกิจ และทำยังไงให้สำเร็จ
Submitted by pawoot on Sat, 12/12/2009 - 12:02มาดูคำถามที่มักถามกันเข้ามาบ่อยๆ เกี่ยวกับการนำ Social Network กับการทำการตลาด ว่าทำยังไงบ้าง วันน้ผมรวบรวมเอามาไว้ให้แล้ว
- หากธุรกิจจะนำ Social Network มาใช้คนกลุ่มไหน เป็นกลุ่มที่ Social Network สามารถเข้าถึงได้?
คำตอบ : กลุ่มหลักที่ใช้ Social Network ในปัจจุบัน วัยรุ่น วัยทำงาน อายุ 25-40 - วิธีการสื่อสารผ่าน Social Network รูปแบบไหนที่ ธุรกิจควรนำมาใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
คำตอบ :
1. ไม่ควรสื่อสารตรงๆ จากสินค้าหรือ Brand เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตรงๆ เพราะคนจะไม่ค่อยติดตาม และให้ความสนใจกับสิ่งที่เจ้าของสินค้าหรือ brand พูดมากเท่าไร
2. การกระตุ้นหรือมีกลยุทธที่ให้คนที่มีอิทธิพล (Influencer) ในการพูดถึงสินค้าหรือ Brand ของคุณแทน จะทำให้คนทั่วไปสนใจ และพูดถึงสินค้าหรือ Brand ของคุณ"86% ของคนทั่วไปมักไม่เชื่อสิ่งที่สินค้าหรือ Brand พูดถึงตัวเอง แต่ 78% ของคนทั่วไปมักเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดถึง Brand"
เมื่อก่อน Brand ต่างๆ มักจะเชิญ celeb ดารา ไปงาน แต่เดียวนี้ สินค้าไอที หรือสินค้าต่างๆ เริ่มเชิญ คนที่มีคนรู้จักทางออนไลน์ (Online Celebrity) ไปร่วมงาน และให้สินค้าไปใช้ เพื่อสร้างกระแส เพราะช่องทางออนไลน์มันไปได้เร็วกว่า Celeb ธรรมดา และเข้าถึงกลุ่มคนกลุ่มใหม่ได้
- จะขายสินค้าผ่านทาง Social Network ได้ไหม?
คำตอบ : การขายหรือสื่อสารข้อมูลสินค้าตรงๆ ผ่านทาง social network ผ่านทาง brand ดูจะเป็นทางที่เพิ่มยอดขายได้น้อยกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจมากว่าก็คือ การขายแบบอ้อม หรือ in-direct ที่จะให้คนอื่นพูดถึงและบอกต่อกันไปผ่าน social networkSocial Network จะใช้ในการสื่อสาร ส่งข้อความมากว่าที่จะใช้ในการสร้างยอดขายหรือปิดการขาย แต่การปิดการขายหรือการขายของได้ (Make Transaction) ก็ยังคงต้องอาศัยเว็บไซต์ เป็นเครื่องในการปิดการขายอีกตัว โดยลักษณะมันจะเป็นการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ดังนั้นนักการตลาดที่ดี "ต้องเข้าใจ" และสามารถ "วางกลยุทธ" ในการผสมผสาน Social Network เข้ากับ E-Commerce ให้ได้อย่างกลมกลืนที่สุด เมื่อนั้น Social Network จะสามารถสร้างยอดขายให้กับ สินค้าหรือ Brand ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
- หากคู่แข่งใช้ Social Network ด้วยแล้วเราจะทำยังไงดี?
คำตอบ :
1. ให้ดู positioning หรือจุดยืนทางการตลาดว่า ของเรากับของคู่แข่งมีความแตกต่างกันอย่างไร
2. พยายามสร้าง network หรือเครือข่ายให้กว้างกว่า และเข้าถึงให้ "ตรงกลุ่มเป้าหมาย" มากที่สุด
3. สร้าง Creativity และการสร้างสรรค์ ให้เกิดความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง หรือการนำเทคโนโลยี หรือ innovation เข้ามาใช้ - ทำยังให้คนเข้ามาใน Network ของเราหรือ Follow เราเพิ่มมากขึ้น? และ ปัจจัยความสำเร็จ (Key Success Factors) ของการทำการตลาดบน Social Network
คำตอบ :
1. จุดยืนหรือ positioning ของคุณว่าคุณคือ "อะไร" อะไรคือ "จุดเด่นของคุณ" และทำไมเค้าต้องมาตามคุณในโลกของ Social Network และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "เค้าตามคุณไปได้ เค้าจะได้อะไร?"
2. ถามตัวเองก่อนว่า "คุณมีอะไรให้เค้าน่าตามหรือดึงให้เค้าเข้ามาร่วมใน network ของคุณบ้าง?"
3. ขนาดของ Network หากเรามีคนอยู่ในเครือข่ายหรือ Network เรามาก ก็จะได้เปรียบและข้อความที่ส่งออกไป ก็จะมี impact และมีความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น
4. Trust หรือความน่าเชื่อถือ ว่าคุณสามารถสร้างสิ่งนี้ได้ดีระดับไหน
5. ข้อความ (Content) ที่คุณจะส่งออกไปต้องมีคุณภาพ และเป็นสิ่งที่เค้าอยากฟัง ไม่ใช่ พูดแต่สิ่งที่เราอยากจะพูด และสิ่งที่เค้าได้รับต้องเป็นสิ่งคนรับต้อง "ได้"
6. ความถึ่ในการสื่อสาร ควรจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
7. การสร้างเทคนิคหรือกลยุทธทางการตลาด ที่สามารถเปลี่ยนจาก "ผู้ชม (Vistior)" กลายเป็น "ผู้ซื้อ (Customer)" ได้ หรือการสร้าง conversion rate ให้เกิดขึ้น
8. เทคนิคการโปรโมทให้คนมาตามเราหรือเข้ามาใน network เรามากที่สุดคือ การโปรโมทผ่านทาง Social Network ออกไป ให้คนใน network ที่ยังไม่ตามเรา เข้ามาหาเรามากขึ้น แต่ต้องมีกลยุทธที่น่าสนใจ
- 2 comments
- 1332 reads
9 ความลับที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Social Network Marketing
Submitted by pawoot on Sat, 12/12/2009 - 11:49หลายๆ คนมักมีคำถามเกี่ยวกับ Social Network เช่นพวก Facebook, Twitter หรือ Hi5.com ในหลายๆ มุมมองวันนี้ผมมาวิเคราะห์ Social Network ในมุมของผมผ่านคำตอบหลายๆ ข้อซึ่งแต่ละข้อเป็นยังไงลองมาดูกันครับ
- ทำไมคนถึงติด Social Network ?
ตอบ : เพราะมันคน มันมีความสัมพันธ์ (Relation) มีคนที่เรารู้จักอยู่ในนี้เต็มไปหมดในโลกของ Social Network ทำให้หลายๆ คนเริ่มติดและให้ความสนใจกับ Social Network เพราะเราสามารถเข้าถึงกลุ่มคนที่เรารู้จักมากๆ ได้ทันที แม้ว่าเราจะอยู่ทีไหนก็ตาม แต่บางทีมันก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะมันอาจจะทำให้คนบางคน เริ่มหลุดหรือใช้เวลาน้อยลงจากสังคมจริงๆ หันไปใช้เวลากับ Social Network มากขึ้น (ใครเป็นบ้างเนี่ย? Tweet ทั้งวัน คุยกับคนรอบข้างน้อยลง ผมเป็นเหมือนกันนะ บางจังว่ะ) และยิ่งเดียวนี้ "ช่องทาง (Channel)" ในการเข้าถึงสื่อ Social Network สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้นด้วย เช่นทาง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอนาคตมันจะเริ่ม "ผนวกเข้าไปกับ life style" ของคนมากขึ้น เมื่อวันนั้นละ ทั้งชีวิตของคนเราจะเริ่มเชื่อมเข้าสู่ Social Network กันจนบางทีแทบแยกไม่ออกเลยทีเดียว
- อะไรคือสาเหตุให้ Social Network สามารถเติบโตได้รวดเร็ว
ตอบ : นอกจากสาเหตุที่เกิดจากการเชื่อมโยง "คน" เข้าด้วยกันแล้วผ่าน Social Network แต่สิ่งหนึ่งที่เป็น "ปัจจัยหลัก" ที่ทำให้ Social Network เติบโตได้เร็วคือการ "เชื่อมโยงเข้ากับระบบอื่นได้" โดยมีการเปิด "ช่องทางการเชื่อมต่อ หรือ API" ขึ้นมาทำให้นักพัฒนาทั่วโลกต่างพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบของตัวเอง เชื่อมต่อกับ Social Network ต่าง เช่น ผู้ผลิตเกมส์ Farm Ville พัฒนาเกมส์บน Facebook ขึ้นมา หรือ มีคนพัฒนาระบบทำให้ Twitter เชื่อมโยงกับ Facebook ได้ เป็นต้นน่ะ เมื่อ ระบบสามารถเชื่อมโยง พูดคุยกับอีกระบบได้อย่างอัตโนมัติเราเรียกอีกอย่างนึงกว่าเกิดการ "Mashup" ขึ้น
- ทำไมวัยรุ่นถึงใช้ Twitter หรือ Social Network บางอย่างน้อย?
ตอบ : เพราะ วัยรุ่นส่วนใหญ่เจอกันอยู่แล้วทุกๆ วันตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ดังนั้นการสื่อสารระหว่างกันจึงไม่ค่อยได้ทำเท่าไร แต่สำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมาเช่นคนทำงาน ที่ไม่ค่อยมีเวลาเจอเพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ เท่าไร เพราะเวลาหมดไปกับการทำงาน ดังนั้นการใช้ Twitter จึงเป็นการทำให้คนกลุ่มนี้สามารถ "สื่อสารและติดต่อ" กับคนอื่นๆ ที่เค้าสนใจหรือเพื่อนของเค้าได้ นึ้คือสาเหตุที่ทำให้ Twitter เติบโตในกลุ่มคนที่อายุเยอะ และวัยรุ่น บางส่วนบอกว่า Twitter ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้ และมี app เหมือน facebook (ขอบคุณน้อง @thangman22) - ความแตกต่างระหว่าง Social Media กับ Social Network
ตอบ : Social Network คือ ฐาน คือ infrastructure หรือที่ๆ มีคนอยู่เยอะๆ เกิดเป็นโครงข่าย เช่น Facebook,Hi5 , Twitter
Social Media คือ การสื่อสารผ่านลงไปยัง Social Network เช่นเราสื่อสารลงไปยังคนที่ใช้ Facebook ก็คือเราทำ Social Media บน Facebook - ความแตกต่างระหว่าง Hi5 Facebook และ Twitter
ตอบ : จริงๆ แล้วบริการทุกอย่างที่เอยมา คือ Social Network เหมือนกันตรงที่ทุกอย่างใช้ "ความสัมพันธ์ (Relation)" ในการสร้าง "การเชื่อมโยง (Network)" ให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ Twitter ใช้ในการ "สื่อสาร (Communication)" เป็นหลัก แต่ในขณะที่ Facebook และ Hi5 เริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็น Platform ที่สามารถมี Application หรือ บริการอื่นๆ ให้บริการบนตัวเองได้
- สาเหตุที่ Facebook ดังในเมืองไทย
ตอบ : เพราะเริ่มมีการให้บริการในเวอร์ชั่นภาษาไทย โดยการแปลเกิดการคนไทยช่วยกันแปลให้ Facebook (Social Contribution) และเกิดจากคนกลุ่มคนในกลุ่ม Trend Setter ก่อนเช่นพวก นักเรียนนอก ไฮโซ ดารา แล้วค่อยขยายออกมายังกลุ่มคนอื่นๆ
- สาเหตุที่ Hi5.com ดังในเมืองไทย
ตอบ :
1. เป็น social network แรกๆ ที่คนไทยรู้จัก
2. เกิดการกระจายไปอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนไทยที่ใช้ hotmal เพราะต่างก็ไปกดปุ่ม "แนะนำเพื่อนๆใน hotmail" ของตัวเอง ซึ่งคนไทยใช้ hotmail เกือบ 70% ของประชากรไทยที่ใช้ internet นี้คือสาเหตุที่ทำให้ hi5.com เติบโตเร็ว (ในมุมมองของผม) - บริการอะไรบน Social Network ที่คนจะไม่ใช่?
ตอบ :
1. บริการนั้นไม่ให้ประโยชน์กับคนที่ใช้เลย เช่นบริการนั้นจะพยายามโปรโมทสินค้าหรือบริการตัวเอง
2. บริการที่ไม่ได้ดึงความเป็น Social มาใช้ เช่น พัฒนาเกมส์ขึ้นมา แต่เกมส์นั้นไม่มีการเชื่อมโยงกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเค้าได้ - Facebook.com ใหญ่แค่ไหนแล้วตอนนี้?
ตอบ : ปัจจุบันวันนี้ 11/03/2009 มีคนใช้ Facebook แล้วทั่วโลก 316,402,840 คน เมืองไทยมี 1,632,880 คน เช็กได้ที่ http://www.checkfacebook.com/
- 1 comment
- 1903 reads
ธุรกิจไทยที่ไหนบ้างใช้ Twitter ในการโปรโมทธุรกิจ
Submitted by pawoot on Sun, 20/09/2009 - 11:58ผมมักจะเจอปัญหาหลายๆ ครั้ง ในการอธิบายให้คนทั่วๆ ไปฟังว่า Twitter คืออะไร และมันสามารถเอาใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง ซึ่งผมได้แนะนำไปหลายๆ ครั้งแล้วที่ "Twitter คืออะไร?", "การเพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter" และอีกหลายๆ เรื่อง ไปอ่านเพิ่มได้ที่นี่..
ผมว่าการยกตัวอย่างธุรกิจที่นำ Twitter มาใช้ในการทำธุรกิจดูจะเป็นแนวทางที่ สามารถทำให้หลายๆ คน เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า เค้านำ Twitter ไปใช้ในแนวทางไหนบ้าง น่าจะเป็นวิธีการที่ดีครับ เอ้ามาดูกันว่ามีธุรกิจไหนบ้างในไทยที่นำ Twittre มาใช้ครับ
| Business | Twitter Account |
Detail |
| กลุ่ม IT-Telecom | ||
| HTC thailand | HTCthailand | กิจกรรมต่างๆ ของ HTC PDA Phone |
| DTAC | dtac_feelgoood | ส่งเรื่องราวน่ารักๆ เป็นกันเองสบายๆ ตาม Concept Feel Good |
| Dell Thailand | DELLThailand | กิจกรรมโปรโมชั่น สินค้าใหม่ๆ ของทาง Dell Thailand |
| Sony Thailand | SonyThailand | กิจกรรมของทาง Sony มีเกมส์ และส่วนลดต่างๆ |
| AIS Privilege | AIS_Privilege | สิทธิพิเศษต่างๆ ของทาง AIS |
| น้องอุ่นใจจาก AIS | personalbutler | ทิปเทคนิคดีๆ จาก น้องอุ่นใจจาก AIS |
| GSM Advance | GSMAdvance_Fan | กิจกรรมดีๆ จากทาง GSM Advance |
| Power Buy | Power_Buy | แนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ และกิจกรรมต่างๆ ของทาง Power buy |
| HP Thailand | HPThailand | คำแนะนำน่ารักๆ กิจกรรมดีๆ ของทาง HP Thailand |
| INET | INET_th | กิจกรรมจาก INET |
| Entertainment | ||
| GMM International | Gmm_inter | กิจกรรมของทาง GMM International |
| Major Cineplex | MajorGroup | เรื่องราวของหนัง และกิจกรรมต่างๆ ของทาง Major |
| โรงหนัง iMAX | iMaxTH | หนังใหม่ๆ ที่เข้าของโรงหนัง iMax |
| ซีเอ็ดบุ๊ก | SBC_PR | ร้านหนังสือ ซีเอ็ด บุ๊ก โปรโมชั่นหนังสือ |
| สหมงคลฟิลม์ | Sahamongkolfilm | หนังใหม่ๆ จากทางสหมงคลฟิลม์ |
| SF Cinema | welovesf | หนังใหม่ๆ จาก SF Cinema |
| รายการ Five Live | five_live | กิจกรรมของรายการทีวี Five Live |
| ร้านหนังสือนายอินทร์ | naiin | กิจกรรมของทาง ร้านหนังสือ นายอินทร์ |
| สำนักพิมพ์แจ่มใส | jamsai | หนังสือใหม่ๆ ของทางสำนักพิมพ์แจ่มใส |
| Central World | CentralWorld | กิจกรรมส่วนลดจากทาง Central World |
| ค่ายหนัง GTH | gthchannel | หนังใหม่ๆ กิจกรรมของทาง GTH |
| ช่อง 7 | ch7 | กิจกรรมของทีวีช่อง 7 |
| อาหาร-เครื่องดืม-สุขภาพ | ||
| เบียร์ Federbrau | Federbrau_Beer | กิจกรรม ภาพพริตตี้สวยๆ จาก Federbrau |
| ช้างเบียร์ | Chang_beer | กิจกรรมของทางเบียร์ช้าง |
| Thai Bev | thaibev | กิจกรรมต่างๆ ของทาง Thai Bev ผู้ผลิตเบียร์ช้าง |
| เบียร์อาชา | archa_beer | กิจกรรมของเบียร์อาชา |
| น้ำดื่มช้าง | Chang_water | กิจกรรมต่างของ น้ำดื่มช้าง |
| MK Restaurant | mkrestaurant | เกมส์ กิจกรรมมากมายของทาง MK |
| ราชเทวีโพลีคลีนิค | RCSkinClinic | วิธีการรักษาผิวหน้า การรักษาสุขภาพ |
| แพนนคอสเมติค | pancosmetic | กิจกรรมต่างๆ ของทางพอนส์ |
| กาแฟดอยช้าง | doichaangcoffee | กิจกรรมของร้านกาแฟดอยช้าง |
| เบียร์สิงห์ | Singha_Beer | กิจกรรมของเบียร์สิงห์ |
| ร้านฟูจิ อาหารญี่ปุ่น | WELOVEFUJI | พูดคุยเกี่ยวกับอาหารของฟูจิ กิจกรรมต่างๆ |
| ธุรกิจอื่นๆ | ||
| ห้างเซนทรัล | Centralnews | โปรโมชั่นสินค้า จากห้างเซนทรัล |
| ธนาคารกสิกร | kasikornbank_ | กิจกรรมของทาง ธนาคารกสิกรไทย |
| ธนาคารไทยพาณิชย์ | scb_thailand | กิจกรรมของทาง ธนาคารไทยพาณิชย์ |
| บริษัทหางาน Adacco | AdeccoThailand | งานใหม่ๆ ล่าสุดจากทาง Adecco |
| บุญถาวร | Boonthavorn | กิจกรรม ทิปเทคนิคการแต่งบ้าน |
| Land and House | lhhome | กิจกรรมดีๆ ทิปเกี่ยวกับบ้านของ Land and House |
| แสนสิริ | sansiriplc | กิจกรรมและทิปเกี่ยวกับเรื่องบ้านจาก แสนสิริ |
| CP All | cpall_7eleven | กิจกรรมของทาง CP All |
| โรงแรม Metro Point | MetroPointHotel | กิจกรรมของโรงแรม Metro Point ลาดพร้าว |
| บุญถาวร ร้านสุขภัณฑ์ | Boonthavorn | ความรู้เกี่ยวกับสุขภัณฑ์และกิจกรรม |
- Add new comment
- 1546 reads
เทคนิคการโปรโมทธุรกิจใน Twitter ด้วย HashTag (#)
Submitted by pawoot on Sat, 05/09/2009 - 18:51ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งเป็นคนที่ใช้ Twitter เป็นประจำอยู่แล้วละก็ อาจจะเห็น คำบางคำใน twitter ที่คนส่งกัน ที่มีสัญลักษณ์ # ด้านหน้า เราเรียกตัวนี้ว่า "แฮชแท็ก (HashTag)" เช่น #WebWedth มันคืออะไร? การใส่ hashtag ไว้ข้างหน้าคำ อะไรลงไปจะเป็นการการบอกตำแหน่งของคำๆ โดยจะสามารถค้นหา ข้อความที่ tweet ไปได้ง่ายมากขึ้น เช่นผม Tweet ว่า "วันนี้ผมไปงาน #WebWedth มา" การใส่ #WebWedth เอาไว้ก็จะทำให้ บอกว่าข้อความนี้ เกี่ยวกับงาน WebWednesday ซึ่งหากมีคนอื่นๆ ต่างใช้ Tag คำๆ เดียวกัน ก็คำๆ นั้นก็จะกลายเป็นคำที่ขึ้นอยู่ด้านข้าง ของหน้าเว็บ และยังทำให้เราสามารถค้นหา ข้อความจากคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงาน WebWednesday ง่ายโดยเพียงแค่คลิกไปที่คำ #WebWedth หรือจะค้นหาจากคำๆ นี้ ก็จะพบ "ข้อความที่เกี่ยวข้องกับ งาน ๆนี้ทั้งหมด" ซึ่งหากแปลง่ายๆ มันก็คือการใส่ hashtag เข้าไปในข้อ เป็นการระบุข้อความที่คุณ Tweet ไปว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร เพื่อช่วยทำให้คนหาง่ายมากขึ้น (ไม่รู้ว่าผมอธิบายเข้าใจหรือเปล่า ยกตัวอย่างลองคลิกที่ #WebWedth ละกันครับ) คุณจะเข้าใจมากขึ้น
- Add new comment
- Read more
- 1497 reads
แฉ.! เทคนิคการส่งข้อความผ่าน Twitter ให้ได้ผลมากที่สุด (เทคนิคการเพิ่ม RT ให้มากที่สุด)
Submitted by pawoot on Tue, 18/08/2009 - 12:10สำหรับนักการตลาดออนไลน์ การเขียนข้อความทาง Twitter แล้วมีคนเป็นจำนวนนมาก "ส่งต่อ" หรือ "RT = ReTweet" กันหลายๆ คน นั้นหมายถึง "ข้อความทางการตลาด" ของคุณ ได้ถูกส่งต่อ สู่สายตาคนหมู่มากได้ง่ายๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลด้าน การเพิ่มยอดขาย (Sale) การเพิ่มรับรู้ Brand (Awareness) หรือการเข้าไปมีส่วนปฏิสัมพันธ์กับ Brand (Engagement) แต่คำถามง่ายๆ คือ "ทำยังไง คนจะถึง RT ข้อความของเรา ออกไปเป็นจำนวนมากๆ ได้" อ้าววันนี้เรามาดูเทคนิคการเขียนข้อความที่ทำให้คน RT ข้อความของคุณเยอะ และเทคนิคการวัดผลว่าคน RT ข้อความของคุณเยอะแค่ไหน
ก่อนอื่น Retweet หรือ RT คืออะไร? แล้ว RT ยังไง?
(ใครไม่รู้จัก Twitter อ่านตรงนี้ก่อนนะครับ Twitter คืออะไร? สำหรับคนรู้แล้วข้ามไปได้เลยครับ)
Retweet (ผมขอเรียกว่า RT นะครับ) คือ "การนำข้อความคนอื่นที่ Tweet มาส่งต่อซ้ำออกไป โดยมีคำว่า RT นำหน้า" เช่น ผม RT ข้อความของ @thanr ดังภาพด้านล่าง ซึ่ง วิธีการ Retweet ทำก็ง่ายๆ ครับมีหลายวิธี
- 2 comments
- Read more
- 3534 reads
วิธีการวัดผลการตลาดผ่าน Twitter
Submitted by pawoot on Mon, 17/08/2009 - 12:52ผมได้มีโอกาสลองใช้ Twitter (หากไม่รู้จัก Twitter อ่านที่นี่) มานานแล้วและได้มีโอกาสประยุกต์ใช้ในเชิงด้านการตลาด (ดูตัวอย่าง) แต่คงจะมีหลายๆ คนถามว่า มันจะได้ผลเหรอ? แล้วเราจะวัดผลมันได้อย่างไร หากเรานำเอา Twitter เป็นเครื่องมือในเชิงการตลาด เดียววันนี้ เราจะมาดูกันว่า มีเครื่องอะไรบ้างในโลกออนไลน์ที่จะช่วย Track และติดตามว่าผลของการตลาดออนไลน์ผ่าน Twitter นั้นจะได้ผลหรือไม่ เราใช้อะไรกันดี
| เครื่องมือ |
คำอธิบาย |
| http://twittercounter.com | ใช้วัดว่า Twitter ของคุณ มีคนตาม (Follow) มีเพื่อน (Friends) และ Update เท่าไรแล้ว โดยสามารถเป็นกราฟ เปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ได้เลย เจ๋งมาก |
| http://bit.ly/ | ระบบทำ Short URL ที่สามารถ Track ได้ว่า มีคนคลิกที่ลิงค์ที่คุณส่งไปใน Twitter กี่คนแล้ว (สามารถวัดผลได้เลย) |
| http://tweetstats.com | เครื่องมือช่วยวัดว่าพฤติกรรมการ Tweet ของเราเป็นอย่างไรบ้าง (ละเอียดดีมาก) ดู ตัวอย่างของผม |
| http://www.trendrr.com | เครื่องมือช่วยวัดผลการตลาดผ่าน SocialNetwork ใช้ได้หลายบริการมาก เช่น Twitter, Youtube, Google |
| http://www.twitalyzer.com | วัดผลความมีศักยภาพของการทำการตลาดของ Twitter แต่ละ Account |
เดียวจะมา update เรื่อยๆ นะครับ สำหรับบทความนี้.. นึกออกเท่าไร เจอใหม่ทีไหน จะมา update แน่นอน แล้วใครมีอะไรแนะนำ ก็แนะนำได้เลยนะครับ
- Add new comment
- 1388 reads
เพิ่มยอดขาย กระตุ้นผู้คนด้วย Twitter
Submitted by pawoot on Sun, 16/08/2009 - 01:22คุณรู้จัก Twitter ไหมครับ? หากไม่รู้จัก แนะนำให้ไปอ่านที่นี่ก่อนครับTwitter คืออะไร? หากรู้แล้ว คุณคงจะพอรู้ว่า Twitter มันเป็นเครื่องมือสื่อสารทีสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ "คนที่ตาม (Follower)" คุณอยู่ได้ไม่ยากเลย ยิ่งคุณมีคนตามยิ่งมากเท่าไร แรงกระตุ้นและการกระจายตัวของการสื่อสารจะไปได้ไกลเท่านั้น
ทำไมการส่งข้อความทาง Twitter ถึงเป็นช่องทางที่ดี?
Twitter เป็น Social Network ประเภทหนึ่ง คือการเชื่อมโยงคนต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันผ่าน Internet ด้วยการส่งข้อความสั้นๆ และ "การตาม (Follow)" ซึ่งหากใครชอบคนไหน ก็จะตามคนๆนั้น เช่น ผมชอบชื่นชอบ กาละแมร์ พิธีกรชื่อดังผมก็จะ "ตาม" กาละแมร์ได้ ซึ่งการตามส่วนใหญ่จะเป็นการ "ตาม" จะเกิดเพราะ ความชื่นชอบ, หรือเป็นเพื่อน, หรือคนที่มีลักษณะ life style เดียวกัน ซึ่ง การตาม หรือ Follow จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงของกลุ่มคน ที่มีลักษณะความชอบคล้ายๆ กันเป็นกลุ่มๆ เชื่อมโยงกันอยู่ ผ่านเครือข่ายของ Twitter ดังนั้น การส่งข้อความจากคนๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนๆ นั้นชอบออกไปนั้น มันจะสามารถ มีอิทธิพลและสร้างกระแสได้ดีมาก เพราะภายใต้ การเชื่อมโยง ของคนในการเชื่อมโยงน้ันๆ อาจจะมีคนเป็น พันๆ หรือหมื่นๆ คนเลยทีเดียว ที่มีโอกาสได้เห็นข้อความเหล่านั้น
- 3 comments
- Read more
- 2529 reads





Recent comments
1 day 4 hours ago
1 day 5 hours ago
1 day 6 hours ago
4 days 15 hours ago
5 days 1 hour ago
5 days 12 hours ago
1 week 3 days ago
1 week 4 days ago
1 week 5 days ago
1 week 6 days ago