วงการอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากการขยับขยายธุรกิจของมาร์เก็ตเพลสไทยที่นำสินค้าจากจีนหลากหลายหมวดหมู่มาขายตรง อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างของ Lazada ที่งดเว้นการเก็บค่า Commission เปิดศึกแข่งขันกับ Shopee อย่างเต็มที่

ไม่ใช่เพียงมาร์เก็ตเพลสเท่านั้น โซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce) หรือการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดีย และธุรกิจโลจิสติกส์ (Logistics) ก็มีการเติบโตขึ้นอย่างรุนแรงมากเช่นกัน ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวกันหนักมากเลยทีเดียว

ในปี 2019 นี้ ศึกโซเชียลคอมเมิร์ซจะดุเดือดมากขึ้น จากการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดีย และธนาคารกสิกรไทยเริ่มบุกเข้ามาให้บริการชำระเงินผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือทางเฟซบุ๊กเองก็จะเพิ่มความสามารถในการขายของผ่านทางเฟซบุ๊กมากยิ่งขึ้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในการค้าขายออนไลน์คือ “การผสานธุรกิจจากออนไลน์ไปยังออฟไลน์” และ “การนำคุณภาพของออฟไลน์มาช่วยยกระดับออนไลน์” (Online to Offline; O2O) รวมไปถึงทีมงานที่เข้ามาดูแลออนไลน์เพียงพอหรือไม่ด้วย

ขณะเดียวกัน LINE เองก็เริ่มแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น จากการที่ธุรกิจต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์ในการส่งสารผ่านแอปพลิเคชั่น LINE โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อเพิ่มเพื่อนใน LINE@ จนกลายเป็นเครื่องมือประจำของธุรกิจของคนไทยไปแล้ว สำหรับปีนี้สงครามการค้าขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซร้อนระอุแน่นอน

เมื่อ E-Commerce มีการเปลี่ยนแปลงควรรับมืออย่างไร

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการย้อนกลับไปดูว่า Customer Journey ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และนำมาวิเคราะห์ว่าลูกค้าของเราเข้าถึงสื่อไหนบ้าง ควรเพิ่มช่องทางการขายทางไหนบ้าง และควรเลือกใช้เครื่องมืออะไรเข้ามาช่วย

ภาพรวมช่องทางการขายออนไลน์จะแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง คือ

1. ขายผ่านทางเว็บไซต์ คนจะเริ่มมาเป็นเว็บไซต์เองเพื่อขายของออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

2. ขายผ่าน e-marketplace อยู่ แต่จะกลายเป็นศึกสงครามที่รุนแรงมากขึ้น

3. ขายผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซต้องเตรียมรับมือเกี่ยวกับกฎหมายการเก็บภาษีสินค้าออนไลน์ที่สรรพากรจะเข้ามาตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ ที่มีผลบังคับในปีนี้ อาจมีการตัดสินใจทำบางอย่างและมีการเปิดบัญชีธนาคารเพิ่มมากขึ้นเพื่อกระจายรายได้ออกไปในหลาย ๆ ธนาคาร รวมไปถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของการจดทะเบียนเป็นบริษัทด้วย 

ผมยังเชื่ออีกว่าการเติบโตตัวเลขของพร้อมเพย์และการใช้งานคิวอาร์โค้ดในช่วงปลายปีจะถดถอยลง เพราะเกิดความกังวลในการใช้งาน คนจะเริ่มกังวลกับการใช้งานและหันมาใช้เงินสดมากขึ้น แม้ตอนนี้ยังไม่มีระบบที่เข้ามารองรับกฎหมายตัวนี้และคิดว่ายังต้องพัฒนาระบบอีกเยอะก็ตาม

ในปีนี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเครื่องมือ ช่องทางการขาย ระบบชำระเงินที่ดี และศักยภาพของบุคลากร เพื่อรับมือการแข่งขันที่จะรุนแรงมากขึ้น และไม่ใช่แค่อีคอมเมิร์ซไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงต่างประเทศด้วย