แม้ว่าผมจะทำงานในแวดวงดิจิทัลมานานหลายปีมากแต่ก็ยังรู้สึกว่ามันมีความท้าทาย ความน่าตื่นเต้น น่าค้นหา น่าเข้าไปคลุกอยู่ตลอดเวลา มันมีอะไรใหม่ๆ ให้น่าตื่นเต้น น่าเรียนรู้ไม่รู้จบ แม้ว่าผมจะเคยเขียนเล่าไปบ้างแล้วถึงประสบการณ์การทำสตาร์ทอัพไปเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าผมได้อะไรๆ กลับมามากมายกว่าที่คิดไว้อยู่ดี

ผมกับสตาร์ทอัพอย่างครีเดน (Creden.co) ที่ทำเกี่ยวกับด้านระบบยืนยันตัวตนที่เรียกว่า eKYC หรือ Electronic Know Your Customer มีโอกาสได้เข้าไป Pitch กับทาง DEPA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) โดยพวกเราได้ลอง Enhance Service ใหม่จากของเดิมและวันนั้นก็ได้นำเสนอบริการใหม่เป็นครั้งแรก

ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่าการที่ผมได้มีโอกาสทำและมีส่วนร่วมทำงานกับสตาร์ทอัพทุกบริษัทที่ผมได้เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น มันทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่ละสตาร์ทอัพได้ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไป บอกได้เลยว่ามันแตกต่างจากการสร้างบริษัทเมื่อ 10 กว่าปีก่อนมากๆ เพราะมันแทบจะเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในการทำธุรกิจไปจากเมื่อก่อน ทั้งวิธีคิด การเติบโต การหาเงินทุน การขยายธุรกิจ การนำเสนองาน การบริหารจัดการ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ และการขยายตลาด 

มันเป็นการเปิดโลกการทำธุรกิจและการบริหารธุรกิจแบบยุคใหม่จริงๆ เจ้าของธุรกิจยุคเก่าผมว่าน้อยคนที่จะเข้าใจเรื่องนี้ มันต่างจากการทำธุรกิจที่คุณคุ้นเคยอย่างมาก…เพราะมัน “เร็ว” กว่ามากและเปลี่ยนไปมากจริงๆ ผมยืนยัน (เรียกว่าแทบต้องมาเรียนรู้กันใหม่ หลายคนอาจบอกว่าเข้าใจ แต่หากไม่ลงมาทำเอง ไม่มีทางเข้าใจหรอกนะ จริงๆ) 

ยิ่งถ้าการเติบโตของสตาร์ทอัพนั้นไปได้ดี ก็จะยิ่งช่วยเป็นการกระจายการลงทุนของคุณให้ออกไปยังธุรกิจใหม่ได้เร็ว เหมือนเป็นเอาไข่ไปกระจายวางไว้ในตะกร้าที่มีจำนวนมากๆ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจหลักได้มาก (และหากไอ้เจ้าธุรกิจนี้มันรอดและเจริญเติบโตไปได้ดีด้วยนะ) นี่ก็เป็นคำตอบที่หลายคนสงสัยว่าทำไมผมถึงได้ลงทุนใน Startup เยอะแยะไปหมด และที่สำคัญที่ผมมองเห็นคือมันยังเป็นการช่วยสร้างหรือเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้มีที่แสดงความศักยภาพมากขึ้นด้วย อันนี้มีความสำคัญและมีคุณค่ามากๆ

อย่างที่เคยบอกว่าการทำสตาร์ทอัพนั้นต้องมีทั้งเวลา มี passion กับสิ่งที่เราจะทำ ต้องหาทีมตัวจริงให้เจอ แล้วให้ลองทำงานเลย กำหนดกรอบให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง การได้นำสตาร์ทอัพร่วมโครงการต่างๆ จะทำให้โตเร็วยิ่งขึ้น และจำเป็นต้องขยายธุรกิจให้ไปต่างประเทศให้ได้

การกระโดดเข้ามาในโลกของสตาร์ทอัพ มันทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น และยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่มีอยู่ ทำให้เราไม่ตกยุค ทันการเปลี่ยนแปลง และได้พัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าได้อยู่ตลอดเวลา 

ถึงวันนี้ที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิมมาก ผู้บริหารหรือเป็นเจ้าของธุรกิจที่คุ้นเคยแต่กับระบบเก่า สิ่งแวดล้อมเก่ามานาน ผมอยากลองให้กระโดดมาทำ Startup ดูกันนะครับ!!! แล้วจะรู้ว่าโลกในการทำธุรกิจวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ อย่าเพียงมโนเอาเองว่ามันก็เหมือนกับสิ่งเดิมๆ ที่คุณเคยรู้จักหรือเคยผ่านมันมาแล้ว “มันต่างครับ” ผมบอกได้เลย ไม่เชื่อก็ต้องลอง จะสร้าง Startup เอง หรือลองมาลงทุนกับเด็กรุ่นใหม่ที่เขาทำ Startup กันอยู่แล้วก็ได้ แล้วหัวใจและสมองของคุณจะตื่นขึ้นอีกครั้ง

…มาลองทำ Startup กันเถอะครับ!…