“Eat Your Own Dog Food” เป็นคำเปรียบเทียบว่า ถ้าเราทำอาหารหมา เราก็ควรกินอาหารหมานั้นก่อนหากเราไม่รู้ว่าอาหารที่เราทำนั้นอร่อยรึเปล่าหรือเป็นอย่างไร การที่จะเอาไปให้คนหรือไปขายคนอื่นต่อ บางทีจะทำให้เราไม่เข้าใจสินค้าและบริการเราเอง

จริง ๆ เป็นการเล่นคำในวงการมากกว่าโดยเฉพาะในวงการเทคโนโลยี ทำสินค้าและบริการ ผมมองว่ารวมไปถึงสินค้าและบริการหลาย ๆ อย่าง ฉะนั้นการที่เราสร้าง Product อะไรมานั้น ในฐานะผู้สร้าง เราก็ควรจะนำสินค้านั้นมาใช้งานเองด้วย 

และที่สำคัญถ้าเรานำมาใช้บ่อย ๆ เป็นประจำในชีวิตประจำวันได้เลยยิ่งดี เพราะเราจะมีความเข้าใจว่าสินค้านี้ดีหรือไม่ดี ทำให้เราเข้าใจในแต่ละช่วงเวลาของมันว่าเปลี่ยนไปอย่างไร ในแต่ละช่วงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนว่ามันยังสามารถอยู่ได้หรือเปล่า ทำให้เราสามารถปรับปรุงสินค้าและบริการเหล่านี้ได้ ก่อนที่จะออกหรือไปเจอลูกค้าด้วยซ้ำไป

เมื่อเราใช้สินค้าหรือบริการของเราเอง ทำให้เราพูดได้เต็มปากเวลาขายของให้กับลูกค้า หรือคนใกล้ตัวที่ใช้บริการของเราเพราะเขาจะเป็นคนแรก ๆ ที่จะบอกเราว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง 

ผมในฐานะนักธุรกิจสตาร์ทอัพ ผมใช้ทุกตัวที่สร้างขึ้นมา และบางอย่างผมสร้างขึ้นมาใช้เองอีกต่างหาก ซึ่งแนวคิดนี้จะทำให้ Product/Software ที่พัฒนาออกมาได้รับฟีดแบ็กที่เร็วขึ้น รวมทั้งได้แง่มุมจากการใช้งานจริงของคนภายใน ก่อนที่จะส่ง Product ออกไปให้ User ใช้

ตอนนี้ผมใช้ product หลาย ๆ ตัวของตัวเองเป็นประจำ เช่น 

– ระบบขนส่งอย่าง Shippop ผมก็เอามาเชื่อมกับ TARAD.com ใช้สำหรับส่งของ

– ระบบค้นหาข้อมูลบริษัทที่ทำงานด้วยของ Creden Data ทำเกี่ยวกับเรื่อง Big Data 

– ระบบเซ็นเอกสารออนไลน์ของ Creden.co ใช้ทุกวันกับหลาย ๆ บริษัทในกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมานั้นเหมาะมาก และระบบ e-Sign ผมทำให้สำนักงานศาลยุติธรรมใช้เลย ทำให้ฟรีเลยด้วยซ้ำ ศาลใช้เลยเพราะระบบกฎหมายก็รองรับนานแล้ว

– ระบบจ่ายเงินของ Pay Solutions เพราะเราก็ต้องใช้ระบบเพย์เมนต์ในธุรกิจที่มีอยู่เหมือนกัน

– ระบบบริหารการขายของออนไลน์ U-Commerce TARAD.com

– ติตตามคู่แข่งและคนพูดในโลกออนไลน์ด้วย Wisesight

– ทุกบริษัทที่ผมลงทุน ส่วนใหญ่ใช้ระบบบัญชีของ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com

– ผมกินวิตามินผม และใช้ยาสระผม โทนิคของ Habito ลดผมร่วง หยุดผมบาง คืนทุกความมั่นใจ ทุกวัน

และอีกเพียบบ

เมื่อเรากินอาหารหมาที่เราทำเองสร้างเอง เราจะรู้เลยว่าต้องปรับแบบไหน ทุกวันนี้ผมยังมีความสุขมากกับการที่ได้ปรับบริการนั่นนี่ เพิ่มสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพราะเราใช้มันทุกวัน อยู่กับมันตลอดเวลาทำให้เราเข้าใจว่าสินค้าและบริการของเราควรจตะปรับไปในทิศทางไหน

ฉะนั้นยิ่ง ท่านที่เป็นผู้บริหารถึงเวลาที่เราต้องกลับมาดูในฐานะคนที่ทำสินค้าขึ้นมา เราเคยใช้มันไหม และที่สำคัญคือพนักงานของเราได้ใช้ด้วยหรือไม่ บางทีผู้บริหารเป็นคนได้ใช้อยู่คนเดียว ทีมงานไม่เคยได้ใช้เลย ฉะนั้น ควรผลักดันหรือให้โอกาสหาโอกาสให้ทีมงานหรือพนักงานมีโอกาสได้ใช้สินค้าหรือบริการของเราด้วยเหมือนกัน 

การจะรู้ว่าสินค้าและบริการของเราเป็นอย่างไร สิ่งที่ดีที่สุดคือเราต้องใช้สินค้าและบริการเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเราเองหรือคนใกล้ตัว เราต้องสัมผัส ไปอยู่ เห็นประสบการณ์ของคนที่ใช้สินค้าและบริการเราตลอดเวลา ทุกช่วงเวลา เราจะเข้าใจแล้วว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นดีหรือไม่ดี 

ถ้าผู้บริหาร และคนในทีมใช้บริการพวกนี้เองมากเท่าไร เราก็รู้ว่าอะไรที่เราชอบหรือไม่ชอบ จะได้นำคำติชม คอมเม้นท์ต่าง ๆ ไปปรับสินค้าของเราให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะรอคำแนะนำจากลูกค้าอย่างเดียว…

ดังนั้น จงกลับมามองดูตัวคุณและทีมว่า “วันนี้คุณใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทคุณเองอยู่หรือเปล่า?”

ถ้ายังก็รีบไปทดลองชิมอาหารหมาที่คุณทำเป็นประจำได้แล้วครับ!